ความสุขแบบบ้านทุ่งสไตล์ ที่บ้านนาต้นจั่น

ความสุขแบบบ้านทุ่งสไตล์ ที่บ้านนาต้นจั่น

ความสุขในการท่องเที่ยวของหลายคนอาจมีหลายแบบ บางคนสุขที่ได้เที่ยวได้พักในแบบหรูหรานอนสบาย แต่บางคนก็สุขไปกับการได้เที่ยวแบบง่ายๆแค่ได้อยู่กับความเป็นธรรมชาติในแบบที่ไม่ต้องมากมาย เหมือนกับที่ บ้านนาต้นจั่น เป็นความสุขที่ใครก็มาสัมผัสได้ไม่ยาก ซึ่งจะขอเรียกความสุขของนี้ว่า ความสุขแบบบ้านทุ่งสไตล์ บ้านนาต้นจั่น ตั้งอยู่ในตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชนในเชิงอนุรักษ์ ได้ท่องเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติแบบครบวงจร โดยได้จัดเป็นที่พักแบบโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยว ได้มาพักร่วมกับเจ้าของบ้านทำกิจกรรมร่วมกันเรียนรู้วิถีชีวิตตามชุมชน บ้านนาต้นจั่นเป็นชุมชมดั้งเดิมอพยพมาจากเมืองเหนือและเมืองลับแล ภาษาที่ใช้เป็นภาษาเหนือ หมู่บ้านนาต้นจั่นเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีต้นจั่นขึ้นอยู่มากมาย จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านนาต้นจั่น ประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ผลไม้ตามฤดูกาล อาชีพเสริมคือ อาชีพทอผ้า จักสาน ทำหัตถกรรมตอไม้ ชุมชนอยู่กันแบบพี่แบบน้อง เอื้ออาทรต่อกัน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีการนับถือศาสนาพุทธ มีความเชื่อเรื่องผีและข้อปฏิบัติต่างตามบรรพบุรุษ ซึ่งการมาเที่ยวบ้านนาต้นจั่น สามารถเที่ยวได้ทั้งแบบวันเดย์ทริป หรือพักค้างคืนแบบโฮมสเตย์  gaynewsbits.com

ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่จุดชมวิวห้วยต้นไฮ
สำหรับผู้ที่ค้างคืน สามารถไปชมวิวได้ โดยสามารถชมได้ทั้งภายพระอาทิตย์ขึ้นและตกหากโชคดีจะได้เห็นทะเลหมอกอีกด้วย แนะนำให้ขึ้นในช่วงหน้าฝนหลังจาก ที่ฝนตกใหม่บนจุดชมวิวจะมีทะเลหมอกให้ชมและหน้าหนาวบางวัน โดยต้องเดินเท้าระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ทางเดินขึ้นค่อนชันต้องเตรียมร่างกายและรองเท้ามาให้พร้อม หากขึ้นไปช่วงเช้าต้องเริ่มตั้งแต่ตี 4.30 เพื่อเริ่มเดินเท้าประมาณตีห้า เพื่อไปให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น โดยคิดค่ารถนำเที่ยวคันละ 200 บาท นั่งได้ 10 คน และค่าคนนำทางอีก 200 บาท หรือนักท่องเที่ยว ท่านใดอยากขึ้นไปกางเต้นท์นอนข้างบนทางชุมชนก็มีบริการนำเที่ยวพร้อมเต้นท์ และอาหาร จุดชมวิวห้วยต้นไฮ เปิดให้ค้างแรม บนเขาในช่วงเดือน ต.ค.-ก.พ. สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์การท่องเที่ยวบ้านนาต้นจั่น

การเดินทางไปบ้านนาต้นจั่น
วิธีที่ 1 เดินทางโดยรถยนต์
เดินทางจากที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ไปตามทางหลวงหมายเลข 102 สายอุตรดิตถ์-ศรีสัชนาลัย ไปทางอุตรดิตถ์ ระยะทาง 9 กิโลเมตร แยกเข้าตัวตำบลบ้านตึก ถนนสายแม่ตะเพียนทอง-ห้วยตม ระยะทาง 10 กม. ผ่านโรงเรียนบ้านนาต้นจั่นมาถึง ร้านข้าวเปิ๊บซึ่งเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจะ อยู่ซ้ายมือหรือที่เดียวกับผ้าหมักโคลน
วิธีที่ 2 เดินทางโดยรถบัส
ขึ้นจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสุโขทัย สายสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย ลงสถานีขนส่งศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ราคา 50 บาท แล้วเหมารถสองแถวเที่ยวละ 500 บาท

5 สถานที่กับ 5 จุดชมวิว

5 สถานที่ท่องเที่ยวกับ 5 จุดชมวิว

ตอนไปเที่ยวอย่าลืมแวะจุดชมวิวสวยๆ สัมผัสอากาศหนาว

เคล้าทะเลหมอก  5 จุดชมวิวฤดูหนาว เพิ่มความคุ้มค่า…

เติมเวลาให้ชีวิตด้วยวิวสวยๆ

 

5 สถานที่กับ 5 จุดชมวิว

1. ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

ใครหลายคนต่างยกให้ ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย เป็นอันดับหนึ่งสถานที่ชมทะเลหมอกยอดฮิตของเมืองไทย สวยกว่าที่ตาเห็น ทะเลหมอกสีขาวแผ่ทอดยาวไกลสุดลูกตา ทิวทัศน์ของภูเขาเล็กใหญ่สลับไปมา เป็นเขตที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี โดยจุดชมวิวจะอยู่บริเวณแนวชะง่อนหน้าผาหลักของภู สามารถเริ่มชมทะเลหมอกกันได้ตั้งแต่ช่วงฤดูฝนไปจนตลอดฤดูหนาว

ภูชี้ฟ้า อยู่ระหว่างรอยตะเข็บชายแดนไทย–ลาว เป็นหน้าผาสูงเป็นแนวยาวไปตามแนวชายแดน บริเวณปลายสุดของหน้าผามีลักษณะแหลมคล้ายกับนิ้วมือชี้ยื่นออกไปในอากาศ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ฟ้า” จุดที่สูงสุดของภูชี้ฟ้าอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,200 ถึง 1,628 เมตร เบื้องล่างของหน้าผาเป็นแอ่งหุบเขา เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเชียงตอง แขวงไชยบุรี ประเทศลาว

นอกจากนั้นหากมาเยือนในช่วงปีใหม่ก็จะได้ชมประเพณีพื้นบ้าน “โยนลูกช่วง” ของชาวม้งที่จะแต่งชุดประจำเผ่าสีสันสวยงามมาร่วมประเพณีโยนลูกหินของหนุ่ม-สาวม้ง และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม ก็จะเป็นช่วงชม “ดอกเสี้ยว” หรือ “ดอกชงโคป่า” ที่จะพร้อมใจกันบานสะพรั่งไปทั่วบริเวณภูแห่งนี้

ที่ตั้ง : ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย


 

5 สถานที่กับ 5 จุดชมวิว

      2. ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

 ดอยสูงสมชื่อ “เสมอดาว” ที่นอกจากจะเป็นจุดชมดาวยามค่ำคืนแล้ว ยังเป็นทั้งจุดชมแสงแรกและแสงสุดท้ายแห่งวัน และเป็นจุดชมทะเล                   หมอกสวยงามในยามเช้าอีกด้วย ที่สำคัญในบริเวณไม่ไกลกันก็ยังมีจุดชมวิวอีกแห่งที่ผาหัวสิงห์ซึ่งในบริเวณนี้สามารถมองเห็นวิวได้ไกล                     แบบรอบด้าน 360 องศา และสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำน่านและตัวอำเภอนาน้อยได้อีกด้วย ที่สำคัญนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรม               ได้ด้วย

 ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ. นาน้อย จ. น่าน

 

 

 

 


3. ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 

5 สถานที่กับ 5 จุดชมวิว

ดอยหลวงเชียงดาว หรือดอยเชียงดาว มีความสูง 2,225 เมตร เป็นยอดเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศไทย รองจากดอยอินทนนท์ที่ความสูง 2,565 เมตร

และดอยฟ้าห่มปกที่ 2,288 เมตร ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาว อยู่ทางทิศเหนือของเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางหลวงสายเชียงใหม่-ฝางประมาณหลักกิโลเมตรที่ 72 

หากผ่านไปตามเส้นทางดังกล่าวจะสังเกตเห็นเทือกเขาสูงชันทางด้านซ้ายมือนั่นล่ะคือ ดอยหลวงเชียงดาว

หากคุณขึ้นมาถึงยอดดอยหลวงเชียงดาว คุณจะพบกับอีก 2 ดอยอยู่เบื้องหน้า นั่นก็คือ ดอยสามพี่น้อง และดอยพีรามิด เป็นภาพที่งดงามจับตา ราวกับหลุดมาจากสรวงสวรรค์

 

 

 

 


5 สถานที่กับ 5 จุดชมวิว

 

 

4. กิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่

กิ่วแม่ปาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น ตั้งอยู่บนระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตรจากระดับน้ำ เราสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้แบบพาโนรามา อีกทั้งที่สันเขานี้จะมี ต้นกุหลาบพันปี สีแดงสด ออกดอกให้ชมความงามกันด้วย

 

 

 

 

 


5. ห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่

5 สถานที่กับ 5 จุดชมวิว

อุทยานฯ แห่งนี้มีชื่อเสียงในการเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว ที่นี่ครอบคลุมท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยตั้งอยู่บนเทือกเขาถนนธงชัย รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 112,187.5 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไป เป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อนที่ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำลำธารและมีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย

ไฮไลท์อยู่ที่ 

  • จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (ดอยกิ่วลม) อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก มองเห็นดอยเชียงดาว ทั้งยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับความงามอันน่ามหัศจรรย์ของทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ได้ นอกจากนี้ ในช่วงปลายฤดูหนาวจะสะพรั่งไปด้วยดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม
  • ห้วยน้ำรู หรือ ดอยสามหมื่น ตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว ซึ่งมีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลีซอ ทัศนียภาพสวยงาม ชมการปลูกกาแฟอาราบิกาและไม้ผลเมืองหนาว