อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีอาณาเขตครอบคลุม 11 อำเภอของ 4 จังหวัด คือ จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก ได้รับสมญานามว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียนเป็น ป่าผืนใหญ่ ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมดงรัก ในส่วนหนึ่งของดงพญาไฟหรือดงพญาเย็นในอดีต ประกอบด้วยขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูกเป็น แหล่งกำเนิดของ ต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำนครนายก แม่น้ำมูล อุดมสมบูรณ์

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุม ในบางโอกาสขณะขับรถยนต์ไปตามถนนสามารถเห็นสัตว์ป่าเดินผ่าน หรือออกหา กินตามทุ่งหญ้า หรืออาจจะเห็นโขลงช้างออกหากินริมถนน ลูกช้างเล็กๆ ซนและ น่ารักมาก บริเวณตั้งแต่ที่ชมวิวกิโลเมตรที่ 30 จนถึง ปากทางเข้าหนองผักชี ตลอดจนโป่งต้นไทร ในปัจจุบันถ้า ขับรถยนต์์ขึ้นเขาใหญ่ทางด่านตรวจเนินหอมข้ามสะพานคลองสามสิบ ไปแล้ว สามารถเห็นโขลงช้างได้เหมือนกัน สัตว์ป่าที่สามารถพบได้บ่อยๆ และตามโอกาสอำนวย ได้แก่ เก้งกวาง ตามทุ่งหญ้าทั่วๆ ไป นอกจากนี้ยังพบ เสือโคร่ง กระทิง เลียงผา หมี เม่น ชะนี พญากระรอก หมาไม้ ชะมด อีเห็น กระต่ายป่า นกชนิดต่างๆ จำนวน 250 ชนิด จากจำนวนไม่น้อยกว่า 340 ชนิด ที่สำรวจพบอาศัยอยู่บริเวณป่าเขาใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งหาอาหารและที่อาศัยอย่างถาวร นกที่น่าสนใจ และพบเห็นได้บ่อย ได้แก่ นกเงือก นกขุนทอง นกขุนแผน นกพญาไฟ นกแต้วแล้ว นกโพระดก นกแซงแซว นกเขา นกกระปูด ไก่ฟ้า และนกกินแมลงชนิดต่างๆ นกเงือกทั้ง 4 ชนิด ซึ่งได้แก่ นกกก นกแก๊กนกเงือกกรามช้าง และนกเงือกสีน้ำตาล ที่พบบนเขาใหญ่นับว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักดูนกเป็นอย่างดี เพราะ พบเห็นได้ทั่วไป พวกแมลงที่มีมากกว่า 5,000 ชนิด ที่สวยงามและพบ เห็นบ่อยได้แก่ ผีเสื้อ มีรายงาน พบกว่า 216 ชนิด   gaynewsbits.com

สภาพทั่วๆ ไปของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นพื้นที่ด้านตะวันตกของเทือกเขาพนมดงรักซึ่งสูงโดดเด่นขึ้นมา จากที่ราบภาคกลาง แล้วก่อตัวเป็นแนวเขตของที่ราบสูงโคราช มีเขาร่มเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด 1,351 เมตร เขาแหลมสูง 1,326 เมตร เขาเขียวสูง 1,292 เมตร เขาสามยอดสูง 1,142 เมตร เขาฟ้าผ่าสูง 1,078 เมตร เขากำแพงสูง 875 เมตร เขาสมอปูนสูง 805 เมตร และเขาแก้วสูง 802 เมตร ซึ่งวัดความสูงจากระดับน้ำทะเล เป็นเกณฑ์ และยังประกอบด้วย ทุ่งกว้างสลับกับป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ด้านทิศเหนือและตะวันออก พื้นที่จะลาดลง ทางทิศใต้และตะวันตกเป็นที่สูงชันไปเรื่อยๆ

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำคัญถึง 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายก อยู่ใน พื้นที่ทางทิศใต้ของ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งมีความสำคัญต่อการเกษตรกรรมและระบบทางเศรษฐกิจและ สังคมของภูมิภาคนี้ แม่น้ำทั้ง 2 สายนี้ มาบรรจบกันที่จังหวัดฉะเชิงเทรา กลายเป็นแม่น้ำบางปะกงแล้วไหลลงสู่อ่าวไทย แม่น้ำลำตะคองและแม่น้ำพระเพลิง อยู่ในพื้นที่ทาง ทิศเหนือไหลไปหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมของที่ราบสูงโคราช ไปบรรจบกับแม่น้ำมูลซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญ ของภาคอีสานตอนล่าง ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ห้วยมวกเหล็ก อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำไหลตลอดทั้งปีและให้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปศุสัตว์์ของ ภูมิภาคนี้ไหลลงสู่แม่น้ำป่าสัก ที่อำเภอมวกเหล็ก

รายละเอียดเพิ่มเติม
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
โทร .0-2561-4292-3 ต่อ 718, 720, 0-3731-9002, 08-6092-6530 และ 08-6092-6531
โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าธรรมเนียมผ่านเข้าอุทยาน ฯ ดังนี้
– นักท่องเที่ยวชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท / คน เด็ก 20 บาท / คน
– นักท่องเที่ยวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท / คน เด็ก 200 บาท / คน
หากนำพาหนะเข้าอุทยาน ฯ เก็บค่าธรรมเนียมตามประเภทพาหนะ ดังนี้
• รถจักรยาน 20 บาท / คัน
• รถจักรยานยนต์ 30 บาท / คัน
• รถยนต์ ( ไม่เกิน 4 ล้อ ) 50 บาท / คัน
• รถบัสเล็ก ( ไม่เกิน 24 ที่นั่ง ) 100 บาท / คัน
• รถบัสใหญ่ (24 ที่นั่งขึ้นไป ) 200 บาท / คัน
• รถบรรทุก 1-4 ตัน 4 ล้อ 200 บาท / คัน
• รถบรรทุก 4 ตัน 6 ล้อ 300 บาท / คัน
• รถบรรทุก 4 ตัน 6 ล้อขึ้นไป ห้ามผ่าน
สิ่งอำนวยความสะดวกและที่พัก
บริการอาหาร
มีบริการร้านอาหาร เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 – 18.00 น. ในวันจันทร์ – ศกุร์ และเวลา 07.00 – 21.00 น. ในวันเสาร์ – อาทิตย์ มีจำนวน 5 แห่ง คือ
– บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
– บริเวณจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้
– บริเวณจุดกางเต็นท์ลำตะคลอง
– บริเวณน้ำตกเหวสุวัต
– บริเวณน้ำตกเหวนรก

สถานที่พักแรม
1. บ้านพักในอุทยานฯ
ที่พัก-บริการที่เปิดให้บริการจองผ่านระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต โดยมีทั้งหมด 6 โซนให้เลือก สามารถจอง ที่พักผ่านทางเว็บไซต์ http://www.dnp.go.thหรือสามารถพักในโรงแรม สอร์ท ที่พักของเอกชน ที่มีให้บริเวณ ทางขึ้นเขาใหญ่ คลิ๊ก
2. สถานที่กางเต้นท์
อุทยานฯมีสถานที่กางเต้นท์ 2 จุดได้แก่
– บริเวณผากล้วยไม้จัดเป็นสถานที่ตั้งเต็นท์พักแรม ซึ่งรับนักท่องเที่ยวได้กว่า 1,000 คน เสียค่าธรรมเนียม เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท/คืน มีร้านค้าสวัสดิการขายอาหาร และมีเต็นท์และเครื่องนอนให้เช่า
– บริเวณลำตะคอง

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
1. โดยรถส่วนตัว
ถนนพหลโยธินผ่านรังสิตถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพผ่านมวกเหล็กและเลี้ยวขวาอีกครั้งหนึ่งตรงทางแยกก่อนถึงอำเภอปากช่องตรงกิโลเมตร ที่ 58 เข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2090 (ถนนธนะรัชต์) ประมาณ 25 กิโลเมตร ถึงด่านตรวจจากนั้นเส้นทาง จะไต่ขึ้นเขาไปอีก 14 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ระยะทางรวมทั้งสิ้น 200 กิโลเมตร ถนนพหลโยธินผ่านรังสิต ผ่านหนองแค
เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 แล้วเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) ผ่านตัวเมืองนครนายกถึงสี่แยกเนินหอม หรือวงเวียนนเรศวร ก่อนเข้าตัวเมืองปราจีนบุรีเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวง
จังหวัดหมายเลข 3077 (ถนนปราจีนบุรี-เขาใหญ่) ถึงด่านตรวจเนินหอม ถนนเริ่มเข้าสู่ป่าและไต่ขึ้นที่สูง รวมระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร
ถนนพหลโยธิน เลี้ยวขวาบริเวณรังสิต
เข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 มุ่งสู่ตัวเมืองนครนายก แล้วเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) ถึงสี่แยกเนินหอมหรือวงเวียนนเรศวร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนปราจีนบุรี-เขาใหญ่ รวมระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร
2. รถโดยสารประจำทาง
รถโดยสารประจำทาง เส้นทางที่ 1
ขึ้นรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพฯ – นครราชสีมา หรือมาจากที่อื่น ให้ลงที่แยก เข้า อ.ปากช่อง (กรณีที่รถโดย สารไม่เข้า ตัว อ.ปากช่อง) จะมีรถโดยสารประจำทางจากปากช่องมาถึงที่ด่านตรวจ เก็บค่าธรรมเนียม เที่ยวแรก จากปากช่อง เวลา 06.00 น. และเที่ยวสุดท้าย เวลา 17.20 น. ซึ่งรถโดยสารประจำทาง จะออกรถ ทุกครึ่งชั่วโมง ค่าโดยสาร 15 บาท โดยจะหมดระยะแค่ ด่านเก็บค่าธรรมเนียม แล้วโบกรถต่อขึ้นไปที่ ทำการอุทยานฯ
รถโดยสารประจำทาง เส้นทางที่ 2
ขึ้นโดยสารรถประจำทาง กรุงเทพฯ – ปราจีนบุรี มาลงที่แยกวงเวียนนเรศวร (แยกเข้า จ.ปราจีนบุรี) ยืนรอโบกรถ หรือเหมารถมอเตอร์ไซด์ ที่แยกนี้ ลงที่ด่านเนินหอม (ด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานฯ) แล้วโบกรถต่อขึ้นอุทยานฯ
3.โดยรถไฟ
ขึ้นรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ลงที่สถานี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แล้วต่อรถสองแถวที่ตลาด อ.ปากช่อง – อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ลงที่ด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานฯ แล้วโบกรถต่อขึ้นไปที่ทำการอุทยานฯ

สวนสนบ่อแก้ว นามิเมืองไทย ไม่ต้องบินไปถึงเกาหลี

สวนสนบ่อแก้ว นามิเมืองไทย ไม่ต้องบินไปถึงเกาหลี

“สวนสนบ่อแก้ว” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กม.ที่ 36 อยู่เลยอุทยานแห่งชาติออบหลวงไปประมาณ 22 กม. เป็นพื้นที่ทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่าง ๆ ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน เพื่อทดลองหาพันธุ์ที่เหมาะสมมาเป็นไม้เบิกนำ เพื่อปลูกบนป่าเสื่อมโทรมบนดอยทางภาคเหนือ ต้นสนที่นำมาปลูกมีอายุกว่า 40 ปี เพราะปลูกในช่วงปี พ.ศ.2509-2510 จำนวนหลายพันต้น เรียงรายเป็นระเบียบบนลานโล่งเตียนด้านหน้า    gaynewsbits.com

ทั้งนี้ สวนสน ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษและเป็นแปลงทดลองปลูกพืชจำนวนสนสามใบ และยูคาลิปตัส ในเนื้อที่ทั้งหมด 2,072 ไร่ อากาศของที่นี่ชื้นและเย็นตลอดปี

ช่วงที่น่าไปเที่ยวมากที่สุดคือฤดูหนาว เพราะในยามเช้าเราจะเห็นม่านหมอกลอยปกคลุมอยู่บริเวณครึ่งบนของลานสน ประจวบกับแสงอาทิตย์ที่ส่องแสงบาง ๆ ลงมา รับรองว่าคุณจะต้องกดชัตเตอร์กล้องแบบไม่ยั้งเลยทีเดียว

วันเปิดทำการ : วันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08.00 น. – 17.00 น.
ติดต่อสอบถาม : โทร. 0 5324 8604 , 0 5324 8607

อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “เกาะขาม” เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะแสมสาร อยู่ทางทิศใต้ห่างจากอำเภอสัตหีบ ประมาณ 9 กิโลเมตร ซึ่งเกาะขามเป็นเป้าหมายแรกในการจัดทำอุทยานใต้ทะเลพื้นที่สัตหีบ เนื่องจากเกาะขามมีระบบนิเวศน์ที่เหมาะสมและลักษณะทางอุทกศาสตร์สมบูรณ์ในระดับที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของปะการังและเป็นพื้นที่ที่ไม่ห่างไกลจากฝั่งมากนัก มีความสะดวกในการเดินทาง

นอกจากสถานที่จะสวย น้ำทะเลก็ใสแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งห้องอาบน้ำและห้องสุขาพร้อม แต่ห้ามใช้สบู่ ครีมอาบน้ำ หรือยาสระผมเป็นอันขาด เพราะเกาะขามเป็นเกาะอนุรักษ์ การใช้สิ่งเหล่านี้จะมีสารเคมีตกค้าง ทำให้เกิดมลพิษกับปะการังได้ ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ไม่ต้องเป็นห่วง ที่นี่มีขายทั้งอาหารตามสั่ง ลูกชิ้นทอด ไก่ทอด ยำต่างๆ ผลไม้ น้ำหวาน และไอศกรีม เป็นต้น  gaynewsbits.com

กฎระเบียบและข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย นักท่องเที่ยวที่ดีควรรู้คุณค่าของทรัพยากร ยิ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างนี้ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นต่อๆ ไปได้มีโอกาสมาสัมผัสกับภาพบรรยากาศความสวยงามของท้องทะเลไทยที่สวยไม่แพ้ที่ใดในโลก

การเดินทาง
รถโดยสารสาธารณะ
– บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) มีรถโดยสารสาธารณะให้บริการในเส้นทางสายภาคตะวันออก ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เอกมัย) สอบถามตารางเวลาเดินรถได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส  

รถยนต์ส่วนตัว
– ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ – ระยอง จากมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ ถึงทางแยกต่างระดับให้เลี้ยวซ้ายไประยอง และสังเกตป้ายบอกทางไปสัตหีบ พอถึงสามแยกสัตหีบ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสาย 331 ผ่านสนามบินอู่ตะเภา ถึงสี่แยกไฟแดงบ้านกิโลเมตร 10 ขับรถตรงไปตามเส้นทางไปท่าเรือสัตหีบ (ท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด) ไปนิดนึงให้เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านช่องแสมสาร สังเกตป้ายบอกทางไปพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ให้ขับไปทางป้าย ท่าเรือเขาหมาจอตั้งอยู่ด้านใน บริเวณเขตพื้นที่พิพิธภัณฑ์ฯ

– ถ้ามาจากถนนสุขุมวิท ให้ขับตรงไปเรื่อยๆ ผ่านพัทยา บางสะเหร่ ขับตามทางไป อ.สัตหีบ สังเกตป้ายทางเข้าบ้านช่องแสมสารอยู่ทางด้านซ้ายมือ ต้องกลับรถ จุดสังเกตง่ายๆ บริเวณด้านหน้าทางเข้าจะมีอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ประดิษฐานอยู่ ขับไปตามทางป้ายพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอต ที่ต้องไปเยือน

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยมีอยู่มากมาย ทั้งที่เที่ยวทะเล ภูเขา วัดวาอาราม หรือวิถีชีวิตของผู้คน แต่บางคนก็เลือกไม่ถูกไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนดี ไม่ว่าจะฤดูไหน ๆ สภาพอากาศเป็นอย่างไร คนไทยก็ชื่นชอบที่จะออกไปท่องเที่ยวพักผ่อนตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อชาร์จแบตฯ เพิ่มพลังชีวิตให้กับตัวเอง จึงไม่แปลกที่พอถึงเทศกาลหยุดยาวทีไร สถานที่ท่องเที่ยวฮอต ๆ ทั่วประเทศจะเต็มไปด้วยผู้คนที่ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ เสพวิวสวย ๆ ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน หรือชิมอาหารท้องถิ่นอร่อย

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
ดินแดนที่อุดมไปด้วยผืนน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ มีเกาะหลัก ๆ ทั้งหมด 11 เกาะ ได้แก่ เกาะหูยง (เกาะหนึ่ง), เกาะปายัง (เกาะสอง), เกาะปาหยัน (เกาะสาม), เกาะเมียง (เกาะสี่), เกาะห้า, เกาะหก, เกาะปายู (เกาะเจ็ด), เกาะสิมิลัน (เกาะแปด), เกาะบางู (เกาะเก้า), เกาะตาชัย และเกาะบอน ซึ่งล้วนแต่มีหาดทรายที่สวยงาม พร้อมกับแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นสัตว์ทะเลที่หลากหลาย นอกจากนี้หมู่เกาะสิมิลันยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและจุดชมวิวที่สวยงามตามเกาะต่าง ๆ อีกด้วย ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม – 15 พฤษภาคมของทุกปี

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
สวรรค์แห่งการดำน้ำที่ใคร ๆ ต่างก็ต้องการมาสัมผัสสักครั้ง เกาะต่าง ๆ เต็มไปด้วยแนวปะการังหลากสีสัน เป็นสถานที่ดำน้ำลึกและน้ำตื้นยอดนิยมของคนทั่วโลก ผืนน้ำทะเลใสสะอาด พร้อมทั้งหาดทรายยังขาวเนียนนุ่ม มองดูโดดเด่นกลางทะเลอันดามัน บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม – 15 พฤษภาคมของทุกปี    gaynewsbits.com

หมู่เกาะพีพี
ภาพของเวิ้งอ่าวคู่ อันเป็นสัญลักษณ์ของเกาะพีพี ได้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือนทะเลไทยอย่างมากมาย หาดทรายขาวของทั้งอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม พร้อมทั้งน้ำทะเลใส สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวตลอดมา อีกทั้งอ่าวมาหยาอันเลื่องชื่อ ซึ่งอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของภูเขาหินปูน จะทำให้คุณจดจำเกาะพีพีไม่มีวันลืม

ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า

ใครหลายคนต่างยกให้ ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย เป็นอันดับหนึ่งสถานที่ชมทะเลหมอกยอดฮิตของเมืองไทย สวยกว่าที่ตาเห็น ทะเลหมอกสีขาวแผ่ทอดยาวไกลสุดลูกตา ทิวทัศน์ของภูเขาเล็กใหญ่สลับไปมา เป็นเขตที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี โดยจุดชมวิวจะอยู่บริเวณแนวชะง่อนหน้าผาหลักของภู สามารถเริ่มชมทะเลหมอกกันได้ตั้งแต่ช่วงฤดูฝนไปจนตลอดฤดูหนาว  gaynewsbits.com

ภูชี้ฟ้า อยู่ระหว่างรอยตะเข็บชายแดนไทย–ลาว เป็นหน้าผาสูงเป็นแนวยาวไปตามแนวชายแดน บริเวณปลายสุดของหน้าผามีลักษณะแหลมคล้ายกับนิ้วมือชี้ยื่นออกไปในอากาศ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ฟ้า” จุดที่สูงสุดของภูชี้ฟ้าอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,200 ถึง 1,628 เมตร เบื้องล่างของหน้าผาเป็นแอ่งหุบเขา เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเชียงตอง แขวงไชยบุรี ประเทศลาว

นอกจากนั้นหากมาเยือนในช่วงปีใหม่ก็จะได้ชมประเพณีพื้นบ้าน “โยนลูกช่วง” ของชาวม้งที่จะแต่งชุดประจำเผ่าสีสันสวยงามมาร่วมประเพณีโยนลูกหินของหนุ่ม-สาวม้ง และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม ก็จะเป็นช่วงชม “ดอกเสี้ยว” หรือ “ดอกชงโคป่า” ที่จะพร้อมใจกันบานสะพรั่งไปทั่วบริเวณภูแห่งนี้

ที่ตั้ง : ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

ภูกระดึง

ภูกระดึง

ภูกระดึง

ภูกระดึง แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดเลย แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นกว่า 100,000 คน ไฮไลท์สำคัญในหน้าหนาวคือการเดินเข้าป่าไปชมความงามของพืชพรรณนานาชนิด โดยเฉพาะใบเมเปิ้ลแดงสวยสด การเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก หรือถ้าจะให้ดี ต้องเดินไปชมให้ถึงสุดแผ่นดินด้านทิศตะวันตกอบ่าง “ผาหล่มสัก” แลนด์มาร์กสำคัญของภูกระดึง สถานที่ที่หลายคนขึ้นมาหลายรอบโดยไม่เบื่อ เพราะภูกระดึง สวยงามแตกต่างกันไปในทุกฤดู

ดอยแม่สลอง

ดอยแม่สลอง

ดอยแม่สลอง

ดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ดินแดนแห่งไร่ชา แถมยังอบอวลไปด้วยวัฒนธรรมชาวจีน ไม่ว่าจะการแต่งกาย หรือ อาหารการกิน ซึ่งโดยเฉพาะอาหารนั้น จะเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่น ขาหมูยูนาน ที่เสิร์ฟมาในจานใหญ่ และต้องกินเคียงคู่กับหมั่นโถเท่านั้น ถึงจะเรียกว่าต้นตำหรับ อีกสิ่งที่พลาดไม่ได้คือ การลิ้มลองชาพันธุ์แท้ ตลอดจนชมวิธีการชงชาแบบต้นตำหรับชาวจีนฮ่อ ซึ่งการเดินทางก็มาได้สะดวก หากมีโอกาสช่วงปลายปีนี้ ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น ชมวิวสวย ๆ พร้อมจิบชาอุ่น ๆ บนถนนพญาเสือโคร่งกันดู