เชียงใหม่

เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ยังตราตรึงประทับซึ้งและเป็นหนึ่งในเมืองจุดมุ่งหมายที่มีนักเดินทางไปเที่ยวตลอดทั้งปีค่ะ ไม่ว่าจะช่วงใหนก็มากล้ำนำสมัย งามเก๋ไก๋ไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งขาเซอ ขาชิคๆ ขาแบกเป้ ไปเฮโลกันตลอดปี ไม่มีเบื่อเลยค่ะ มีจำนวนการค้นหาสูงถึง 90,500 ครั้งเฉลี่ย 12 เดือนล่าสุดค่ะ(ตั้งแต่ 10 มิ.ย.59-10 มิ.ย.60)ในGoogle adword

เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีธรรมชาติที่สวยงามเว่อร์วังอลังการสะท้านโลกาทุกฤดูกาล หากมาเที่ยวหน้าฝนก็ชุ่มฉ่ำไปด้วยความเขียวขจีของแมกไม้และป่าเขา หากมาหน้าหนาวก็จะคละเคลาไปด้วยสายหมอกและอากาศที่เย็นจนต้องร้องจ๊าก กระชากหัวใจคนทุกเพศทุกวัยให้เมื่อเยือน รวมทั้งเป็นเมืองที่มีศิลปวัฒนธรรมอันเก่าแก่ วัดวาอารามอายุหลายปี มีบุปผชาติหลากสีสัน งดงามดุจดั่งอำพรรณ ดั่งสวรรค์ ชั้นฟ้ามาลาดินค่ะ และมีหุบเขาเหลาดอย ให้ไปเดินอ้อยสร้อย คลายความเหงาหงอยกันอย่างไม่เคยเสื่อมคลายค่ะ

ในการสำรวจ World Best Award-Top 10 Cities จากผู้อ่าน Travel and Leisure นิตยสารท่องเที่ยวของสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2553 ผลปรากฏว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 2 ของโลก รองแต่เพียงกรุงเทพมหานครเท่านั้น ซึ่งใน พ.ศ. 2552 จังหวัดเชียงใหม่ถูกจัดเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 5 ของโลก โดยพิจารณาจากสถานที่ ทัศนียภาพ ความสวยงามและร่มรื่น ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี อาหารการกิน แหล่งช็อปปิ้ง ความเป็นมิตรของผู้คน ความคุ้มค่า ของเงิน เป็นต้น

เกาะล้าน

มีจำนวนการค้นหาสูงถึง 90,500 ครั้งเฉลี่ย 12 เดือนล่าสุดค่ะ ใน Google Adword (ตั้งแต่ 10 มิ.ย.59-10 มิ.ย.60) เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งที่ยังครองใจนักเดินทางและคนที่รักทะเลไม่เสื่อมคลายใจจริงๆค่ะสำหรับเกาะแห่งนี้ค่ะ เป็นเกาะสวย น้ำทะใสสีฟ้าอร่ามจับตาคณานับ ไม่แพ้ชายหาดใดในเมืองไทยเลยล่ะค่ะ อยู่ในเมืองท่องเที่ยวพัทยา เดินทางไปเที่ยวลั๊ลลาพักผ่อนได้ไม่ไกล ไปขึ้นท่าเรือได้ที่แหลมบาลีฮายตรงพัทยาใต้ค่ะ แถมอยู่ใกล้กรุงเทพด้วย เดินทางไปกลับได้สะบายค่ะ โดยที่เกาะแห่งนี้ก็มีชายหาดสวย ให้ไปนั่งพัก นั่งผ่อน ออนซอนกันหลายหาดเลยค่ะ อาทิ หาดตาแหวน,หาดตายาย,หาดเทียน,หาดนวล

เกาะล้าน เป็นเกาะในอ่าวไทย อยู่ในเขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 3,500 ไร่ ตั้งอยู่ในแนบขนานกับหาดพัทยา ห่างจากชายฝั่งเมืองพัทยาเพียงเจ็ดกิโลเมตร มีจุดเด่นคือทะเล ประการังและชายหาดที่สมบูรณ์ สวยงาม ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยสามารถเดินทางได้ทั้งจากเรือสปีดโบ้ท หรือเรือเฟอร์รี่ที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย ซึ่งจะไปเทียบท่าที่ท่าเรือหน้าบ้านและหาดตาแหวน

เกาะกระดาด

เกาะกระดาด ตั้งอยู่ใกล้กับเกาะหมาก(ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะหมาก) เป็นเกาะที่มีสัณฐานประหลาดคือมีลักษณะแบนราบ เหมือน แผ่นกระดาษ ตามพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเขียนชื่อ “เกาะกระดาด” น่าจะมาจากชื่อของ ต้นกระดาดที่พบมากบนเกาะลักษณะคล้ายต้นบอน ต้นเผือก ที่หัวใช้ทำยาได้เป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบขึ้นอยู่ตามชายหาดชื้นแฉะ ในปัจจุบันยังคง พอมีให้เห็นอยู่บ้างบนเกาะแห่งนี้ ต่อมาพบในตราจองเขียนว่า “เกาะกระดาษ” น่าจะมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเกาะที่มีพื้นที่เกือบจะ แบนราบทั้งเกาะ ไม่มีภูเขา เกาะกระดาดเป็นเกาะที่มีการออกโฉนดถูกต้องตามกฎหมายมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 สาเหตุมาจากใน สมัยรัชกาลที่ 5 ฝรั่งเศสได้เข้ามาล่าอาณานิคมในแถบ เอเซียอาคเนย์ และพยายามยึดครองแผ่นดินของไทยเกาะกระดาดก็เป็นที่หมายหนึ่ง ของฝรั่งเศสด้วย รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ออกโฉนดทีดินของเกาะขึ้น เพื่อให้รู้ว่าเกาะแห่งนี้คือผืนแผ่นดินไทย   royal1688-th.org

จุดเด่นเกาะกระดาด คือ การได้มาชมทิวต้นมะพร้าวที่เอนเอียงลิ่วล้อไปตามแรงลม โดยเฉพาะกับ ต้นมะพร้าวไฮไลท์ประจำเกาะที่เอียง เข้าหาทะเล สำหรับอีกหนึ่งไฮไลท์ประจำเกาะกระดาดก็คือ เจ้ากวางน้อยใหญ่ ที่อาศัยอยู่บนเกาะจนออกลูกออกหลานเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันบนเกาะกระดาดมีกวางหลายร้อยตัว จนได้รับฉายาว่าเป็น “ซาฟารีกลางทะเล” และเป็นเกาะที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน UNSEEN THAILAND ปัจจุบันเกาะกระดาดมีสถานะเป็นเกาะส่วนตัว นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมาท่องเที่ยวบนเกาะกระดาด ต้องซื้อแพคเกจ ท่องเที่ยวจากทางเกาะกระดาด รีสอร์ท ซึ่งเป็นรีสอร์ทเพียงหนึ่งเดียวของเกาะ โดยกิจกรรมนำเที่ยวหลักของที่นี่ก็คือ นั่งรถอีแต๊กกินลม ชมวิวบนเกาะ ชมวิถีชีวิตและธรมชาติระหว่างทางซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นดงมะพร้าว โดยในหลายจุดหลายช่วง เราจะได้เห็นเจ้ากวางน้อย ใหญ่ออกมาหากินแบบชินกับผู้คนและเสียงรถอีแต๊ก โดยจุดสิ้นสุดที่ต้นมะพร้าวอันซีน มะพร้าวต้นนี้มีรูปฟอร์มแปลกตามาก ลำต้นของมัน ยื่นยาวเอียงลู่เข้าหาท้องทะเล ก่อนจะไปกระดกยกยอดสูงขึ้น นับเป็นหนึ่งในเสน่ห์อันแปลกตาของธรรมชาติ รวมถึงกิจกรรมดำน้ำ ดูปะการังตามเกาะใกล้เคียง การท่องเที่ยวเกาะกระดาด สามารถเดินทางมาพักค้างคืน หรือทำกิจกรรมนั่งรถอีแต๊กสัมผัสบรรยากาศเกาะ ได้ที่ เกาะกระดาดรีสอร์ท ช่วงเวลาที่เหมาะท่องเที่ยว คือช่วงเดือนตุลาคม-พฤษภาคม เพราะมีคลื่นลมน้อยที่สุด

บ้านมาดาม คาเฟ่ ลพบุรี

ชิมอาหารไทยเลิศรส ในบรรยากาศสวยเก๋ในบ้านไทยแบบโบราณที่ บ้านมาดาม คาเฟ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตลาดโบราณบ้านสี่ภาคในตัวเมืองลพบุรี โดนเด่นในเรื่องบรรยากาศที่ตกแต่งแบบไทยคลาสสิค จัดมุมต่างๆได้น่านั่ง ที่สำคัญมาดามเจ้าของร้าน ต้อนรับลูกค้าดีมาก ใส่ใจในรายละเอียด ดูแลอบอุ่นเหมือนครอบครัว ตัวร้านตกแต่งเรียบง่ายให้ความรู้สึกอบอุ่น ด้านหน้าร้านประดับประดาด้วยต้นไม้น้อยใหญ้ ทั้งต้นเฟริน์ และไทรเกาหลี ตัดแต่งเป็นพุ่มๆ มีภาพเพ้นท์กำแพงน่ารัก สีสันสดใสมุมเล็กๆอยู่ด้านหน้า

ตัวร้านเป็นห้องกระจกติดแอร์เย็นฉ่ำ ภายในร้านตกแต่ง เรียบหรูแบบคลาสสิค จัดแบบโล่ง สบาย มีโต๊ะไม้ตั้งอยู่ตามมุมต่างๆ บนโต๊ะมีถ้วยชามแก้วน้ำสีสัน สวย เก๋ วางเตรียมไว้สำหรับผู้มานั่งทานอาหาร มีโต๊ะแบบบาร์ทรงสูงที่ประดับประดาด้วยแจกันดอกไม้สวยงาม หรือจะเป็นมุมโซฟาสีส้มบาดตาก็นั่งได้สบายเช่นกัน แต่ละมุมก็มีของไทยกระจุกระจิกตกแต่งไว้ดูมีกิมมิคน่ารัก อย่างเช่น กระจาดหาบเร่ หม้อดิน และเรือพาย โบราณ

เมนูอาหารและเครื่องดื่มที่นี่มีหลากหลาย จัดแต่งมาในภาชนะแบบไทยบ่งบอกถึงความพิถีพิถันและความใส่ใจของเจ้าของร้าน สอดคล้องกับการกินอยู่เเบบไทย สมัยปู่ย่า ตายาย ที่เคยนั่งล้อมวงกัน ช่วยเพิ่มความน่าทาของอาหานได้มากขึ้น เมนูแนะนำ อย่างเช่น ข้าวคลุกกะปิหนุ่มสาวชาวละโว้ทานคู่กับหมูหวานและผักต่างๆ ส่วนน้ำพริกกุ้งเสียบก็เด่นไม่แพ้กนรสชาติออกเปรี้ยว เค็ม หวาน ผสมผสานกันเป็นอย่างดีเมื่อทานคู่กับผักเครื่องเคียงต่างๆ เจ้าของร้านบอกกับเราว่าผักต่างๆเป็นผักที่ปลูกเอง เด็ดพืชผักข้างรั้วซึ่งเป็นผักท้องถิ่น เรียกว่าหาวัตถุดิบได้แบบไดก็ใช้แบบนั้น ต่อด้วยผัดไทบ้านมาดามใช้กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ เส้นเหนียวนุ่ม บีบมะนาวและใส่พริกเล็กน้อยได้รสชาติอร่อยและกลมกล่อมอย่างลงตัว อาหารทุกจานไม่ได้สวยงามแค่เพียงหน้าตา แต่รสชาติยังอร่อยอีกด้วย

มาดาม คาเฟ่ & เรสเตอรองค์
อ.เมือง ร้านตั้งอยู่ในตลาดโบราณ บ้าน 4 ภาค จ.ลพบุรี
เปิดให้บริการ อังคาร – อาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 22:00 น.
โทร 085-787-3344
Facebook : BanMadame

ความสุขแบบบ้านทุ่งสไตล์ ที่บ้านนาต้นจั่น

ความสุขแบบบ้านทุ่งสไตล์ ที่บ้านนาต้นจั่น

ความสุขในการท่องเที่ยวของหลายคนอาจมีหลายแบบ บางคนสุขที่ได้เที่ยวได้พักในแบบหรูหรานอนสบาย แต่บางคนก็สุขไปกับการได้เที่ยวแบบง่ายๆแค่ได้อยู่กับความเป็นธรรมชาติในแบบที่ไม่ต้องมากมาย เหมือนกับที่ บ้านนาต้นจั่น เป็นความสุขที่ใครก็มาสัมผัสได้ไม่ยาก ซึ่งจะขอเรียกความสุขของนี้ว่า ความสุขแบบบ้านทุ่งสไตล์ บ้านนาต้นจั่น ตั้งอยู่ในตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชนในเชิงอนุรักษ์ ได้ท่องเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติแบบครบวงจร โดยได้จัดเป็นที่พักแบบโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยว ได้มาพักร่วมกับเจ้าของบ้านทำกิจกรรมร่วมกันเรียนรู้วิถีชีวิตตามชุมชน บ้านนาต้นจั่นเป็นชุมชมดั้งเดิมอพยพมาจากเมืองเหนือและเมืองลับแล ภาษาที่ใช้เป็นภาษาเหนือ หมู่บ้านนาต้นจั่นเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีต้นจั่นขึ้นอยู่มากมาย จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านนาต้นจั่น ประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ผลไม้ตามฤดูกาล อาชีพเสริมคือ อาชีพทอผ้า จักสาน ทำหัตถกรรมตอไม้ ชุมชนอยู่กันแบบพี่แบบน้อง เอื้ออาทรต่อกัน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีการนับถือศาสนาพุทธ มีความเชื่อเรื่องผีและข้อปฏิบัติต่างตามบรรพบุรุษ ซึ่งการมาเที่ยวบ้านนาต้นจั่น สามารถเที่ยวได้ทั้งแบบวันเดย์ทริป หรือพักค้างคืนแบบโฮมสเตย์  gaynewsbits.com

ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่จุดชมวิวห้วยต้นไฮ
สำหรับผู้ที่ค้างคืน สามารถไปชมวิวได้ โดยสามารถชมได้ทั้งภายพระอาทิตย์ขึ้นและตกหากโชคดีจะได้เห็นทะเลหมอกอีกด้วย แนะนำให้ขึ้นในช่วงหน้าฝนหลังจาก ที่ฝนตกใหม่บนจุดชมวิวจะมีทะเลหมอกให้ชมและหน้าหนาวบางวัน โดยต้องเดินเท้าระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ทางเดินขึ้นค่อนชันต้องเตรียมร่างกายและรองเท้ามาให้พร้อม หากขึ้นไปช่วงเช้าต้องเริ่มตั้งแต่ตี 4.30 เพื่อเริ่มเดินเท้าประมาณตีห้า เพื่อไปให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น โดยคิดค่ารถนำเที่ยวคันละ 200 บาท นั่งได้ 10 คน และค่าคนนำทางอีก 200 บาท หรือนักท่องเที่ยว ท่านใดอยากขึ้นไปกางเต้นท์นอนข้างบนทางชุมชนก็มีบริการนำเที่ยวพร้อมเต้นท์ และอาหาร จุดชมวิวห้วยต้นไฮ เปิดให้ค้างแรม บนเขาในช่วงเดือน ต.ค.-ก.พ. สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์การท่องเที่ยวบ้านนาต้นจั่น

การเดินทางไปบ้านนาต้นจั่น
วิธีที่ 1 เดินทางโดยรถยนต์
เดินทางจากที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ไปตามทางหลวงหมายเลข 102 สายอุตรดิตถ์-ศรีสัชนาลัย ไปทางอุตรดิตถ์ ระยะทาง 9 กิโลเมตร แยกเข้าตัวตำบลบ้านตึก ถนนสายแม่ตะเพียนทอง-ห้วยตม ระยะทาง 10 กม. ผ่านโรงเรียนบ้านนาต้นจั่นมาถึง ร้านข้าวเปิ๊บซึ่งเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจะ อยู่ซ้ายมือหรือที่เดียวกับผ้าหมักโคลน
วิธีที่ 2 เดินทางโดยรถบัส
ขึ้นจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสุโขทัย สายสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย ลงสถานีขนส่งศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ราคา 50 บาท แล้วเหมารถสองแถวเที่ยวละ 500 บาท

ดอยค้ำฟ้า

ดอยค้ำฟ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว อยู่ในความดูแลของหน่วยจัดการต้นน้ำแม่งาย มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,834 เมตร ดอยค้ำฟ้ามีป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ มีลำธารน้ำตก มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ไฮไลท์สำคัญคือการชมทะเลหมอกคลอเคลียตามไหล่เขา สลับซับซ้อนหนึ่งในนั่นคือยอดดอยหลวงเชียงดาวสวยงามดุจภาพวาดที่อยู่เบื้องหน้า นอกจากนี้หากเดินทางมาเที่ยวในช่วง กลางเดือนมกราคมจะได้พบกับดอกนางพญาเสือโคร่งผลิบานอีกด้วย

กิจกรรมท่องเที่ยว
ชมวิวบริเวณลานกางเต็นท์
จะมองเห็นเทือกดอยสลับซับซ้อนและมียอดดอยเชียงดาวโดดเด่นอยู่ไกลสุดขอบฟ้าบริเวณนี้สามารถชมดาวในยามค่ำคืนได้อย่าง งดงาม
ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวสวนหิน
อยู่ห่างจากจุดกางเต็นท์ไปทางยอดสูงสุด มีทางเบี่ยงเลาะเลียบดอยไปประมาณ 400 เมตร ซึ่งสามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา และสามารถเห็นวิวของดอยหลวงเชียงดาวได้เช่นกัน
ชมนางพญาเสือโคร่งที่หน่วยต้นน้ำแม่งายเก่า
ตรงจุดนี้มีจุดชมวิวมองลงไปจะเห็นผืนป่านางพญาเสือโคร่งที่กำลังผลิดอกบานในหน้าหนาวอย่างสวยงามมาก

รายละเอียดเพิ่มเติม
ดอยค้ำฟ้าสามารถท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ หรืออาจจะพักค้างแรมบนดอย ซึ่งมีบ้านพัก 1 หลัง สำหรับให้บริการนักท่องเที่ยว สามารถพักได้ 10 คน ภายในบ้านมีจำนวน 3 ห้อง พักได้ห้องละ 4-5 คน คิดราคาคนละ 300 บาท หากบ้านพักเต็มมีบริการเต้นท์โดย คิดค่าบริการคนละ 200 บาท พร้อมเครื่องนอน ไฟฟ้ามีให้ใช้ตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นถึงสามทุ่ม ห้องน้ำไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นแต่มีน้ำให้ใช้ แต่ควรใช้อย่างประหยัดเนื่องจากน้ำต้องขนขึ้นจากปากทางขึ้นไปยังยอดดอย บนยอดดอยไม่มีร้านอาหารให้บริการต้องจัดเตรียมไป สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยวดอยค้ำฟ้า สามารถติดต่อเช่ารถได้จากเจ้าหน้าที่ซึ่งจะมารับบริเวณทางขึ้นดอยค้ำฟ้าตรง หน่วยจัดการต้นน้ำขุนคอง จากนั้นจะพาขึ้นไปชมวิวยังลานกางเต้นท์สามารถชมวิวดอยหลวงเชียงดาวที่อยู่เบื้องหน้าได้อย่างชัดเจน และในช่วงเย็นก็เดินไปยังสวนหินซึ่งเป็นจุดชมวิวที่อยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 400 เมตร เพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตก จำกัดคนนอนคืนละ ไม่เกิน 50 คน รถไม่เกิน 5 คันต่อคืน

หากมาในช่วงเดือนที่นางพญาเสือโคร่งบานหากค้างคืนในเช้าอีกวันรถเจ้าหน้าที่จะพาไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่งายเก่า ซึ่งอยู่ถัดลงไปด้านล่าง แต่สำหรับบุคคลที่ไม่ได้ค้างคืนสามารถคุยเรื่องโปรแกรมท่องเที่ยวกับเจ้าหน้าที่ว่าจะให้มารับกี่โมง สามารถติดต่อท่องเที่ยวดอยค้ำฟ้าที่โทร 081 992 7346, 081 881 7346

เนื่องจากเส้นทางแคบเพื่อความปลอดภัยควรใช้รถบริการของหน่วยดีกว่าขับขึ้นไปเองเพราะทางแคบ รถสวนไม่ได้โดยคิดราคาคนละ 150 บาท ต่อวัน หรือ 300 บาทต่อคนต่อสองวัน

การเดินทางไปดอยค้ำฟ้า
ใช้เส้นทางหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝางผ่านตัวอำเภอเชียงดาวไปประมาณกิโลเมตร เมื่อถึงแยกอำเภอไปเวียงแหง ให้เลี้ยวซ้ายไปยัง อำเภอเวียงแหงจากนั้นขับตรงไปประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมงผ่านเส้นทางคดเคี้ยวแต่ถนนเป็นถนนราดยาง จะถึงปากทางเข้าดอยค้ำฟ้า เส้นทางช่วงนี้รถทุกชนิดไปได้หมด แต่เมื่อมาถึงปากทางขึ้นเส้นทางจะเป็นทางออฟโรดหากไม่ชำนาญเส้นทางควรใช้บริการรถของ เจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย ถนนแคบและชันเป็นบางช่วง โดยการเดินทางขึ้นไปยังดอยค้ำฟ้าต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ซึ่งจะจัดรถมารับ ระยะทางจากปากทางขึ้น ถึงจุดพักแรม(จุดชมวิว) ประมาณ 8 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

จุดชมวิวเนินเทวดา ขนอม

จุดชมวิวเนินเทวดา และเนินนางฟ้า เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจสวยงามของอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายในพื้นที่ได้จัดระเบียงชมวิวที่สามารถยืนชมวิวของทะเลสีฟ้าคราม ที่รายล้อมด้วยต้นไม้และทิวเขาแบบกว้างไกล

ทางขึ้นจุดชมวิวจะตั้งอยู่ในบริเวณในเพลา สำหรับการเดินทางให้ตั้งโดยใช้ google maps จะโอเคที่สุด โดยเมื่อขับรเพื่อมายังหาดในเพลา จะมีซอยทางเข้าเขียนป้ายชื่อจุดชมวิว จากนั้นเลี้ยวขึ้นไป ค่อยๆ ขับรถขึ้นไปเรื่อยๆ จะเจอลานจอดรถ และจุดชำระค่าบริการคนละ 20 บาท   gaynewsbits.com

เมื่อเดินเข้าไปจะเจอจุดชมวิวเนินเทวดาซึ่งมีระเบียงชมวิวทอดยาว สำหรับไปรับลมและมองวิวชายหาดขนอมที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง

บริเวณจุดชมวิวเนินเทวดามีร้านกาแฟให้บริการด้วย และมีซุ้มไม่ไผ่สำหรับนักพักผ่อน

เดินต่อไปอีกนิดจะถึงจุดชมวิวเนินนางฟ้า จัดทำเป็นระเบียงชมวิวแบบวงกลมท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่น ตรงจุดนี้ลมพัดเย็นสบายมาก สามารถชมวิวทะเลได้อีกฝั่งหนึ่ง แต่อาจจะมีต้นไม้บังบ้างเล็กน้อย

เตรียมรับมือ! พายุโซนร้อน ‘เอวิเนียร์’ ถล่มภาคเหนือ-กลาง-อีสาน

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้” ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 07 มิถุนายน 2561 เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (7 มิ.ย. 61) พายุโซนร้อน “เอวิเนียร์”(EWINIAR) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีศูนย์กลางอยู่ทางทิศเหนือของเกาะไหหลำ ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 20.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.3 องศาตะวันออก   royal1688-th.org

มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวขึ้นไปทางทิศเหนืออย่างช้าๆ และคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ทางตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในวันนี้ (7 มิถุนายน 2561) ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย ซึ่งพายุนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

สำหรับ ร่องมรสุมได้เลื่อนขึ้นไปพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ ประเทศลาว และประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีอาณาเขตครอบคลุม 11 อำเภอของ 4 จังหวัด คือ จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก ได้รับสมญานามว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียนเป็น ป่าผืนใหญ่ ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมดงรัก ในส่วนหนึ่งของดงพญาไฟหรือดงพญาเย็นในอดีต ประกอบด้วยขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูกเป็น แหล่งกำเนิดของ ต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำนครนายก แม่น้ำมูล อุดมสมบูรณ์

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุม ในบางโอกาสขณะขับรถยนต์ไปตามถนนสามารถเห็นสัตว์ป่าเดินผ่าน หรือออกหา กินตามทุ่งหญ้า หรืออาจจะเห็นโขลงช้างออกหากินริมถนน ลูกช้างเล็กๆ ซนและ น่ารักมาก บริเวณตั้งแต่ที่ชมวิวกิโลเมตรที่ 30 จนถึง ปากทางเข้าหนองผักชี ตลอดจนโป่งต้นไทร ในปัจจุบันถ้า ขับรถยนต์์ขึ้นเขาใหญ่ทางด่านตรวจเนินหอมข้ามสะพานคลองสามสิบ ไปแล้ว สามารถเห็นโขลงช้างได้เหมือนกัน สัตว์ป่าที่สามารถพบได้บ่อยๆ และตามโอกาสอำนวย ได้แก่ เก้งกวาง ตามทุ่งหญ้าทั่วๆ ไป นอกจากนี้ยังพบ เสือโคร่ง กระทิง เลียงผา หมี เม่น ชะนี พญากระรอก หมาไม้ ชะมด อีเห็น กระต่ายป่า นกชนิดต่างๆ จำนวน 250 ชนิด จากจำนวนไม่น้อยกว่า 340 ชนิด ที่สำรวจพบอาศัยอยู่บริเวณป่าเขาใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งหาอาหารและที่อาศัยอย่างถาวร นกที่น่าสนใจ และพบเห็นได้บ่อย ได้แก่ นกเงือก นกขุนทอง นกขุนแผน นกพญาไฟ นกแต้วแล้ว นกโพระดก นกแซงแซว นกเขา นกกระปูด ไก่ฟ้า และนกกินแมลงชนิดต่างๆ นกเงือกทั้ง 4 ชนิด ซึ่งได้แก่ นกกก นกแก๊กนกเงือกกรามช้าง และนกเงือกสีน้ำตาล ที่พบบนเขาใหญ่นับว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักดูนกเป็นอย่างดี เพราะ พบเห็นได้ทั่วไป พวกแมลงที่มีมากกว่า 5,000 ชนิด ที่สวยงามและพบ เห็นบ่อยได้แก่ ผีเสื้อ มีรายงาน พบกว่า 216 ชนิด   gaynewsbits.com

สภาพทั่วๆ ไปของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นพื้นที่ด้านตะวันตกของเทือกเขาพนมดงรักซึ่งสูงโดดเด่นขึ้นมา จากที่ราบภาคกลาง แล้วก่อตัวเป็นแนวเขตของที่ราบสูงโคราช มีเขาร่มเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด 1,351 เมตร เขาแหลมสูง 1,326 เมตร เขาเขียวสูง 1,292 เมตร เขาสามยอดสูง 1,142 เมตร เขาฟ้าผ่าสูง 1,078 เมตร เขากำแพงสูง 875 เมตร เขาสมอปูนสูง 805 เมตร และเขาแก้วสูง 802 เมตร ซึ่งวัดความสูงจากระดับน้ำทะเล เป็นเกณฑ์ และยังประกอบด้วย ทุ่งกว้างสลับกับป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ด้านทิศเหนือและตะวันออก พื้นที่จะลาดลง ทางทิศใต้และตะวันตกเป็นที่สูงชันไปเรื่อยๆ

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำคัญถึง 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายก อยู่ใน พื้นที่ทางทิศใต้ของ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งมีความสำคัญต่อการเกษตรกรรมและระบบทางเศรษฐกิจและ สังคมของภูมิภาคนี้ แม่น้ำทั้ง 2 สายนี้ มาบรรจบกันที่จังหวัดฉะเชิงเทรา กลายเป็นแม่น้ำบางปะกงแล้วไหลลงสู่อ่าวไทย แม่น้ำลำตะคองและแม่น้ำพระเพลิง อยู่ในพื้นที่ทาง ทิศเหนือไหลไปหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมของที่ราบสูงโคราช ไปบรรจบกับแม่น้ำมูลซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญ ของภาคอีสานตอนล่าง ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ห้วยมวกเหล็ก อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำไหลตลอดทั้งปีและให้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปศุสัตว์์ของ ภูมิภาคนี้ไหลลงสู่แม่น้ำป่าสัก ที่อำเภอมวกเหล็ก

รายละเอียดเพิ่มเติม
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
โทร .0-2561-4292-3 ต่อ 718, 720, 0-3731-9002, 08-6092-6530 และ 08-6092-6531
โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าธรรมเนียมผ่านเข้าอุทยาน ฯ ดังนี้
– นักท่องเที่ยวชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท / คน เด็ก 20 บาท / คน
– นักท่องเที่ยวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท / คน เด็ก 200 บาท / คน
หากนำพาหนะเข้าอุทยาน ฯ เก็บค่าธรรมเนียมตามประเภทพาหนะ ดังนี้
• รถจักรยาน 20 บาท / คัน
• รถจักรยานยนต์ 30 บาท / คัน
• รถยนต์ ( ไม่เกิน 4 ล้อ ) 50 บาท / คัน
• รถบัสเล็ก ( ไม่เกิน 24 ที่นั่ง ) 100 บาท / คัน
• รถบัสใหญ่ (24 ที่นั่งขึ้นไป ) 200 บาท / คัน
• รถบรรทุก 1-4 ตัน 4 ล้อ 200 บาท / คัน
• รถบรรทุก 4 ตัน 6 ล้อ 300 บาท / คัน
• รถบรรทุก 4 ตัน 6 ล้อขึ้นไป ห้ามผ่าน
สิ่งอำนวยความสะดวกและที่พัก
บริการอาหาร
มีบริการร้านอาหาร เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 – 18.00 น. ในวันจันทร์ – ศกุร์ และเวลา 07.00 – 21.00 น. ในวันเสาร์ – อาทิตย์ มีจำนวน 5 แห่ง คือ
– บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
– บริเวณจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้
– บริเวณจุดกางเต็นท์ลำตะคลอง
– บริเวณน้ำตกเหวสุวัต
– บริเวณน้ำตกเหวนรก

สถานที่พักแรม
1. บ้านพักในอุทยานฯ
ที่พัก-บริการที่เปิดให้บริการจองผ่านระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต โดยมีทั้งหมด 6 โซนให้เลือก สามารถจอง ที่พักผ่านทางเว็บไซต์ http://www.dnp.go.thหรือสามารถพักในโรงแรม สอร์ท ที่พักของเอกชน ที่มีให้บริเวณ ทางขึ้นเขาใหญ่ คลิ๊ก
2. สถานที่กางเต้นท์
อุทยานฯมีสถานที่กางเต้นท์ 2 จุดได้แก่
– บริเวณผากล้วยไม้จัดเป็นสถานที่ตั้งเต็นท์พักแรม ซึ่งรับนักท่องเที่ยวได้กว่า 1,000 คน เสียค่าธรรมเนียม เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท/คืน มีร้านค้าสวัสดิการขายอาหาร และมีเต็นท์และเครื่องนอนให้เช่า
– บริเวณลำตะคอง

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
1. โดยรถส่วนตัว
ถนนพหลโยธินผ่านรังสิตถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพผ่านมวกเหล็กและเลี้ยวขวาอีกครั้งหนึ่งตรงทางแยกก่อนถึงอำเภอปากช่องตรงกิโลเมตร ที่ 58 เข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2090 (ถนนธนะรัชต์) ประมาณ 25 กิโลเมตร ถึงด่านตรวจจากนั้นเส้นทาง จะไต่ขึ้นเขาไปอีก 14 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ระยะทางรวมทั้งสิ้น 200 กิโลเมตร ถนนพหลโยธินผ่านรังสิต ผ่านหนองแค
เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 แล้วเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) ผ่านตัวเมืองนครนายกถึงสี่แยกเนินหอม หรือวงเวียนนเรศวร ก่อนเข้าตัวเมืองปราจีนบุรีเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวง
จังหวัดหมายเลข 3077 (ถนนปราจีนบุรี-เขาใหญ่) ถึงด่านตรวจเนินหอม ถนนเริ่มเข้าสู่ป่าและไต่ขึ้นที่สูง รวมระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร
ถนนพหลโยธิน เลี้ยวขวาบริเวณรังสิต
เข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 มุ่งสู่ตัวเมืองนครนายก แล้วเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) ถึงสี่แยกเนินหอมหรือวงเวียนนเรศวร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนปราจีนบุรี-เขาใหญ่ รวมระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร
2. รถโดยสารประจำทาง
รถโดยสารประจำทาง เส้นทางที่ 1
ขึ้นรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพฯ – นครราชสีมา หรือมาจากที่อื่น ให้ลงที่แยก เข้า อ.ปากช่อง (กรณีที่รถโดย สารไม่เข้า ตัว อ.ปากช่อง) จะมีรถโดยสารประจำทางจากปากช่องมาถึงที่ด่านตรวจ เก็บค่าธรรมเนียม เที่ยวแรก จากปากช่อง เวลา 06.00 น. และเที่ยวสุดท้าย เวลา 17.20 น. ซึ่งรถโดยสารประจำทาง จะออกรถ ทุกครึ่งชั่วโมง ค่าโดยสาร 15 บาท โดยจะหมดระยะแค่ ด่านเก็บค่าธรรมเนียม แล้วโบกรถต่อขึ้นไปที่ ทำการอุทยานฯ
รถโดยสารประจำทาง เส้นทางที่ 2
ขึ้นโดยสารรถประจำทาง กรุงเทพฯ – ปราจีนบุรี มาลงที่แยกวงเวียนนเรศวร (แยกเข้า จ.ปราจีนบุรี) ยืนรอโบกรถ หรือเหมารถมอเตอร์ไซด์ ที่แยกนี้ ลงที่ด่านเนินหอม (ด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานฯ) แล้วโบกรถต่อขึ้นอุทยานฯ
3.โดยรถไฟ
ขึ้นรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ลงที่สถานี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แล้วต่อรถสองแถวที่ตลาด อ.ปากช่อง – อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ลงที่ด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานฯ แล้วโบกรถต่อขึ้นไปที่ทำการอุทยานฯ

สวนสนบ่อแก้ว นามิเมืองไทย ไม่ต้องบินไปถึงเกาหลี

สวนสนบ่อแก้ว นามิเมืองไทย ไม่ต้องบินไปถึงเกาหลี

“สวนสนบ่อแก้ว” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กม.ที่ 36 อยู่เลยอุทยานแห่งชาติออบหลวงไปประมาณ 22 กม. เป็นพื้นที่ทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่าง ๆ ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน เพื่อทดลองหาพันธุ์ที่เหมาะสมมาเป็นไม้เบิกนำ เพื่อปลูกบนป่าเสื่อมโทรมบนดอยทางภาคเหนือ ต้นสนที่นำมาปลูกมีอายุกว่า 40 ปี เพราะปลูกในช่วงปี พ.ศ.2509-2510 จำนวนหลายพันต้น เรียงรายเป็นระเบียบบนลานโล่งเตียนด้านหน้า    gaynewsbits.com

ทั้งนี้ สวนสน ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษและเป็นแปลงทดลองปลูกพืชจำนวนสนสามใบ และยูคาลิปตัส ในเนื้อที่ทั้งหมด 2,072 ไร่ อากาศของที่นี่ชื้นและเย็นตลอดปี

ช่วงที่น่าไปเที่ยวมากที่สุดคือฤดูหนาว เพราะในยามเช้าเราจะเห็นม่านหมอกลอยปกคลุมอยู่บริเวณครึ่งบนของลานสน ประจวบกับแสงอาทิตย์ที่ส่องแสงบาง ๆ ลงมา รับรองว่าคุณจะต้องกดชัตเตอร์กล้องแบบไม่ยั้งเลยทีเดียว

วันเปิดทำการ : วันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08.00 น. – 17.00 น.
ติดต่อสอบถาม : โทร. 0 5324 8604 , 0 5324 8607