ฮอนด้า เปิดตัว‘ซีอาร์-วี ใหม่ เครื่องดีเซล-เบนซินให้เลือก พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด

All-new-Honda-CR-V_Front-Cover-696x445บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 5 ยนตรกรรมเอสยูวีระดับพรีเมียม ดีไซน์ภายนอกที่ผสานความหรูหราและความแข็งแกร่งในทุกมิติ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายพร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อน ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO ที่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire) และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC พร้อมเกียร์ CVT

นายโนริอากิ อาเบะ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ฮอนด้า ซีอาร์-วี เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญที่สุดรุ่นหนึ่งของฮอนด้า ด้วยการเป็นยนตรกรรมเอสยูวีที่ครองใจลูกค้าทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายสะสมกว่า 8.7 ล้านคัน โดยฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ จะทำการผลิตที่โรงงานของฮอนด้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ใหม่รอบคันที่ให้ความรู้สึกหรูหรา แข็งแกร่งขึ้นในทุกมิติ โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้ายใหม่แบบ LED สะกดทุกสายตาขณะขับขี่ด้วย Daytime Running Light เสริมความแข็งแกร่งด้วยกระจังหน้าแบบพรีเมียมได้รับการออกแบบด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตใหม่ สะท้อนความลงตัวในทุกมิติ

มาพร้อม 2 ขุมพลังขับเคลื่อนอัจฉริยะ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO 4 สูบให้กำลังสูงสุดถึง 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที ซึ่งเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire) ให้ทั้งอัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม

ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC 4 สูบ ให้กำลังสูงถึง 173 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 224 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาทีผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้การตอบสนองที่ทันใจ พร้อมรองรับพลังงานทางเลือก E85

เตะสมภารคาวงฉัน หนุ่มลูกสามฉุน แบ่งข้าวไม่ถูกใจ

p0106240360p1-696x523หนุ่มบุกเตะก้านคอเจ้าอาวาสวัดที่หาดใหญ่คาวงข้าว ขณะฉันเช้า เผยหอบลูก 3 คน มาขอข้าวก้นบาตร เจ้าอาวาสแบ่งแกงปลากับต้มจืดให้เด็กกินได้ด้วย แต่หนุ่มโหดกลับโมโหเพราะไม่ชอบแกงปลา ด่ากราดว่าพระเก็บแต่ของดีๆ ไว้กินเอง ก่อนก้มกราบ 3 ครั้ง แล้วหวดแข้งเข้าเต็มก้านคอเจ้าอาวาสจนล้มคะมำ ก่อนกราบขอโทษแล้วเผ่นหนี

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. พระชำนาญ ทิพย์แก้ว พระลูกวัด วัดท่าเคียน ม.1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นตัวแทนพระปลัดเสน จิณณสาโร อายุ 77 ปีเจ้าอาวาส เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.จำลอง คงสวัสดิ์ รองสว.(สอบสวน)สภ.หาดใหญ่ ให้ดำเนินคดีกับชายคนหนึ่งที่ทำร้ายร่างกายพระปลัดเสนขณะฉันเช้าอยู่ภายในวัด เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

พระชำนาญเผยว่า เมื่อเวลา 07.30 น. ขณะเจ้าอาวาสพร้อมกับพระลูกวัดอีก 6 รูปกำลังฉันเช้าอยู่บนศาลาการเปรียญ มีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนในละแวกวัดขี่รถจักรยาน ยนต์พาลูกมาด้วย 3 คน เข้ามาขออาหารเพื่อรับประทานกับลูกโดยขอเฉพาะกับข้าวเท่านั้น ส่วนข้าวสวยนั้นหุงรอไว้ที่บ้านแล้ว เจ้าอาวาสจึงแบ่งแกงปลาและต้มจืดให้ไปเพื่อให้เด็กสามารถรับประทานได้ด้วย
แต่ชายคนดังกล่าวกลับไม่พอใจ ระบุว่าไม่ชอบแกงปลา และต่อว่าเจ้าอาวาสเป็นการใหญ่ หาว่าพระฉันแต่ของดีๆ เอาของไม่ดีมาให้ชาวบ้านกิน จากนั้นพาลูกออกจากวัดไปทันที

หลังจากนั้นไม่นานชายคนดังกล่าวย้อนกลับมาอีกครั้งเพียงลำพังแล้วเดินตรงเข้าไปก้มกราบเจ้าอาวาสที่กำลังฉันเช้าอยู่ 3 ครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นเตะก้านคอเจ้าอาวาสจนหงายหลังล้มตึงได้รับบาดเจ็บ มีรอยฟกช้ำที่บริเวณโหนกแก้มด้านซ้าย ท่ามกลางความตกตะลึงของพระลูกวัด ก่อนจะพากันจับ ตัวไว้ได้พร้อมโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาควบคุมตัวแต่ขณะที่รอตำรวจชายดังกล่าวสำนึกผิดเข้ามากราบขอโทษเจ้าอาวาส และพยายามที่จะเอามือเจ้าอาวาสไปลูบหัว แต่เจ้าอาวาสไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ชายคนดังกล่าวจึงฉวยโอกาสเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์และรีบออกจากวัดไปทันที จึงเข้าแจ้งความตำรวจให้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ เผยว่า ขณะนี้รู้ตัวผู้ต้องสงสัยที่ทำร้ายร่างกายเจ้าอาวาสวัดท่าเคียนแล้ว ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ ได้ให้ตำรวจติดตามตัวมาสอบสวนและดำเนินคดี เพราะเกิดเหตุในเวลากลางวันและมีพยานยืนยันชัดเจน

หน้ากากอีกาดำทำพิษอีกราย! “ดีเจมะตูม” เอาจริง-ไลฟ์เฟซบุ๊กโชว์อมนิ้วเท้าสดๆ

reererytttyy-696x392เป็นอีกหนึ่งกระแสหลังรายการ The Mask Singer เมื่อ “ดีเจมะตูม” เตชินท์ พลอยเพชร ได้ออกมาท้าก่อนหน้านี้ว่า “หน้ากากทุเรียน = ทอม room39 หน้ากากอีกาดำ = คิง the voice1 ผิดไปจากนี้จะอมนิ้วโป้งเท้าโชว์เลย” และผลปรากฏว่า หน้ากากทุเรียนไม่ใช่ คิง เดอะวอยซ์ แต่เป็น เอ๊ะ จิรากร งานนี้ ชาวเน็ตจำนวนมากเรียกร้องให้ดีเจมะตูมทำตามสัญญาที่ให้ไว้

ล่าสุดในวันนี้ ดีเจมะตูม ทำตามสัญญา ออกมาไลฟ์เฟซบุ๊กสดๆ โชว์อมนิ้วโป้งเท้า ให้ชาวเน็ตได้เห็นกันถ้วนทั่วเจ้าตัวบอก รับกรรมตามสัญญา.. คลิปนี้มีชาวเน็ตเข้ามาดูมากกว่า 1 แสนวิว ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

“ฝ้ายฝาถัง” ลั่นไม่ได้โกง 9 แสน-ไม่ได้หนี อยากจะใช้เงินคืนแต่ตามหาเจ้าหนี้ไม่เจอ!?

rfgjfkdddddddddddddddddddd-696x392จากกรณีคลิป น.ส.วรีวรรณ์ รัตนภักดี โวยวายเด็กปั๊มที่เปิดฝาถังน้ำมันไม่เป็น ที่สถานีบริการน้ำมันย่านสะพานใหม่จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เวลาต่อมา มีหญิงคนหนึ่งไปแจ้งความที่ สภ.เพ จ.ระยอง ระบุว่าถูก น.ส.วรีวรรณ์ โกงเงินลงทุนขายลอตเตอรี่ไปจำนวน 9 แสน บาท ติดต่อไม่ได้ จนได้มาเห็น น.ส.วรีวรรณ์ในคลิป “ผู้กองฝ้าย” จึงขอให้ตำรวจไปดำเนินคดีกับน.ส.วรีวรรณ์ ดังกล่าว

ล่าสุด รายการ Amarin Morning News ทางช่องอมรินทร์ทีวี สอบถามไปยัง น.ส.วรีวรรณ์ รัตนภักดี หญิงสาวที่อยู่ในคลิป เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น น.ส.วรีวรรณ์ ระบุว่า ตนได้กู้เงินจากผู้ที่มาแจ้งความจริง 9 แสนบาท โดยตกลงจ่ายดอกเบี้ยที่ร้อยละ 12 ทุก 10 วัน โดยไม่มีหลักฐานการกู้เงิน แต่ช่วง 2-3 เดือน ที่ผ่านมาตนมีปัญหาทางธุรกิจจึงนำรถไปคำประกันและไปขายเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ ปรากฏว่าติดต่อเจ้าหนี้ไม่ได้แล้ว และตนก็ไม่ได้หลบหนีแต่อย่างใด

ส่วนกรณีคลิปที่โวยเด็กปั๊ม น.ส.วรีวรรณ์ อธิบายว่า ตอนนั้นตนโมโหมากที่ไม่มีใครเปิดฝาถังได้ รถจักรยานยนต์นั้นตนไปยืมมาขับ แต่ยังเจอเด็กปั๊มหัวเราะใส่ มาถามด้วยว่าเมาหรือเปล่า จึงหยิบโทรศัพท์ไปหาเพื่อนที่ชื่อ “ผู้กองฟ่าง” ไม่ใช่ผู้กองฝ้าย ซึ่ง “ฝ้าย” เป็นชื่อเธอ

ศิลปากรชี้ “พระบรมธาตุเจดีย์” นครศรีฯ เก่าแก่นับพันปี มีการตั้งเมืองมาก่อนกรุงสุโขทัย

542100000000-696x392สำนักศิลปากรที่ 14 ระบุผลการวิเคราะห์หลักฐานทางโบราณคดีพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชในการขุดค้นครั้งที่ 2 ยืนยันมีอายุยาวนานกว่า 1 พันปีเป็นเมืองที่เก่าแก่กว่าสุโขทัย

นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช กล่าวในวันนี้ (22 มี.ค.) ถึงการพิสูจน์ความเก่าแก่ขององค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ที่จะนำมาประกอบเป็นรายงานทางวิชาการในการนำเสนอองค์พระบรมธาตุสู่การเป็นมรดกโลกว่าได้นำหลักฐานที่ขุดค้นค้น 8 จุดรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์สู่ห้องวิเคราะห์ครั้งที่ 2 ทำให้ทราบว่านครศรีธรรมราช มีการตั้งเมืองเก่าแก่มามากกว่า 1 พันปีก่อนที่จะก่อตั้งกรุงสุโขทัยอย่างชัดเจนแล้ว

“ผลการวิเคราะห์อายุทางโบราณคดีจากหลักฐานได้แบ่งออกเป็น 3 ช่วงอายุคือ 1,000 ปี, 700 ปี และ 500 ปี โดยกลุ่มแรกเป็นหลักฐานที่มีอายุกว่า 1,000 ปีนั้น เป็นการขุดค้นในบริเวณดั้งเดิมคือทางเดินโบราณสู่องค์พระบรมธาตุเจดีย์ที่วิหารโพธิ์พระเดิม วิหารโพธิ์ลังกา ส่วนกลุ่ม 700 ปี จะเข้าสู่ยุคการซ่อมแซมปรับปรุงก่อสร้างเพิ่มเติมเสริมฐานองค์พระบรมธาตุเจดีย์ในช่วงสุโขทัย และกลุ่ม 500 ปีสมัยอยุธยาจะมีการก่อสร้างระเบียงคต วิหารหลวง วิหารธรรมศาลา”

และหลักฐานที่สอดคล้องคือศิลาจารึกหลักที่ 1 กรุงสุโขทัยระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “พ่อขุนรามคำแหงกระทำโอยทานแก่มหาเถรสังฆราชปราชญ์เรียนจบปิฎกไตร หลวกกว่าปู่ครูในเมืองนี้ทุกคน ลุกแต่เมืองศรีธรรมราชมา” อันหมายความว่า พระเถรานุเถระปราชญ์ผู้รู้ไตรปิฎกล้วนแต่เดินทางมาจากเมืองศรีธรรมราช

อย่างไรก็ตามในผลทางโบราณคดีมีรายงานว่าจะเป็นการยืนยันด้วยหลักฐานทางวิชาการถึงการสร้างบ้านเมืองของนครศรีธรรมราชที่มีความเก่าแก่และมีความเจริญของบ้านเมือง พุทธศาสนามาก่อนก่อตั้งกรุงสุโขทัย และยังเป็นข้อมูลหลักฐานที่สนับสนุนการเป็นมรดกโลกขององค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชต่อไป นายอาณัติฯ ระบุ

เช็กด่วน! รีบดูที่หลังตู้-บ้านใครมีตุ๊กแกแบบนี้ พ่อค้าราชบุรีรับซื้อตัวละ 1 ล้านบาท!

hghnbjkpppp-696x392

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 22 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 18 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีผู้ประกาศรับซื้อตุ๊กแกในราคาตัวละ 5 แสน – 1 ล้านบาท จึงรุดตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อไปถึงพบ นายเสียง นิลวรรณา อายุ 70 ปี เจ้าของบ้าน กำลังดูแลประคบประหงมตุ๊กแกที่เลี้ยงเอาไว้ในตะกร้าพลาสติกสีดำที่มีตาข่ายปิด นอกจากนั้นบริเวณหน้าบ้านยังได้ก่อปูนเป็นห้องสำหรับเลี้ยงตุ๊กแกขนาดกว้าง 2.5 เมตร ยาว 2.5 เมตร ภายในปิดหน้าต่างด้วยกระสอบป่าน ที่พื้นวางท่อนไม้ตามขอบผนังสำหรับให้ตุ๊กแกหลบซ่อนตัว โดย นายเสียง  ได้แจ้งว่าตนรับซื้อตุ๊กแกในราคาตัวละ 5 แสนบาทจริง แต่จะต้องมีขนาดยาว 18 นิ้ว

นายเสียง กล่าวว่า อดีตตนเองเป็นหัวหน้าแผนกติดตั้งเครื่องจักรกลของโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี เมื่อเกษียณอายุได้ทำงานเป็นผู้รับเหมาติดตั้งเครื่องจักรกล ซึ่งได้มีโอกาสเดินทางไปหลายจังหวัด จนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา ตนไปพบกับอาชีพการเลี้ยงตุ๊กแกที่ จ.อ่างทอง และอีกหลายจังหวัดทางภาคอีสาน จึงสนใจศึกษาแล้วทดลองเลี้ยงเนื่องจากเห็นว่าการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก และราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง

ทั้งนี้ ตนจะออกหาและจับตุ๊กแกตามป่าและพื้นที่รกร้างในพื้นที่ จ.ราชบุรี และกาญจนบุรี มาเลี้ยงเพื่อให้ได้ขนาดตามความต้องการ ซึ่งทุกเย็น ตนจะให้อาหารเป็นจิ้งหรีด 5 – 7 ตัว ต่อ ตุ๊กแก 1 ตัว พร้อมกับให้อาหารเสริมประเภทน้ำมันตับปลา เพื่อเร่งการเจริญเติบโต และทำให้สุขภาพร่างกายของตุ๊กแกสมบูรณ์แข็งแรง จากนั้น เมื่อได้ขนาดตนก็จะนำออกขายให้กับพ่อค้ารับซื้อ ที่จะนำหางของตุ๊กแกไปทำเป็นยาอายุวัฒนะตามความเชื่อ จากนั้นระยะเวลา 2 เดือน หางตุ๊กแกจะงอกกลับมาเหมือนเดิม

นอกจากนั้น หากมีผู้ที่สามารถจับตุ๊กแกมาขาย ตนจะรับซื้อตามขนาดความยาว วัดตั้งแต่หัวไปจนถึงปลายหาง ถ้าขนาด 10 นิ้ว จะรับซื้อในราคา 500 บาท ขนาด 14 – 15 นิ้ว ราคา 4,000 – 7,000 บาท ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของร่างกาย ขนาด 16 นิ้ว ราคา 10,000 บาท ขนาดตั้งแต่ 17 – 18 นิ้ว ราคาจะอยู่ที่ 3 – 5 แสนบาท และถ้าหากสามารถหาได้ใหญ่กว่า 19 นิ้วขึ้นไป จะซื้อในราคา 1 ล้านบาท

คนโสดได้เฮ! คู่รักสมหวังถวายหัวหมูเป็นร้อยหัวแก้บน “หลวงพ่อสมหวัง” นครชัยศรี

652521020000-696x392เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 22 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานมาจากวัดกลางบางพระ ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มาว่ามีสาธุชนเดินทางมาแก้บนที่หลวงพ่อสมหวัง เนื่องจากประสบผลสำเร็จหลังจากที่ได้บนบานศาลกล่าวไป จากนั้นจึงนำหัวหมูจำนวนกว่า 300 หัว เข้ามาแก้บนที่วัดกลางบางพระ

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดกลางบางพระ พบว่าที่บริเวณลานด้านหน้าองค์หลวงพ่อสมหวัง มีการจัดตั้งโต๊ะเรียงรายหัวหมูจำนวนกว่า 300 หัววางไว้ที่โต๊ะบริเวณลานกว้างด้านหน้า โดยหัวหมูแต่ละหัวมีธูปปักไว้เพื่อเป็นการเซ่นไหว้องค์หลวงพ่อสมหวังและมีพราหมณ์ใส่ชุดสีขาวทำพิธีบวงสรวงโดยมีพระครูศรีสุตากร เจ้าอาวาสวัดกลางบางพระ เป็นผู้ประกอบพิธี

จากการสอบถามทราบว่าเจ้าภาพในวันนี้มีทั้งหมด 3 ราย รายแรกจำนวน 100 หัว คือนายการันต์ นามสมติ ชาว จ.นครปฐมนำหัวหมูมาแก้บนหลังจากประสบความสำเร็จตามที่บนบาน

รายที่สอง คือนางสาวนฤมล วงศ์ยะลา อายุ 23 ปี ชาวสมุทรสาคร เมื่อเข้าสอบถามนางสาวนฤมลได้เปิดเผยว่าในวันนี้ได้นำหัวหมูจำนวน 100 หัวมาเซ่นไหว้องค์หลวงพ่อสมหวัง หลังจากที่ได้บนบานศาลกล่าวไว้เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้ไปเรียนนวดแผนไทยและคอร์สสปา เมื่อเรียนจนจบคอร์ส จึงอยู่ในช่วงที่รองาน แต่เมื่อไปสมัครที่ใดๆ ก็ยังไม่มีใครเรียกตัวไปทำงาน อาจเป็นเพราะผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจ กระทั่งขับรถผ่านมาที่วัดและเคยได้ยินข่าวว่า องค์หลวงพ่อสมหวังวัดกลางบางพระแห่งนี้ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก หลายต่อหลายคนได้เข้ามาบนบานแล้วประสบผลสำเร็จ ตนจึงอยากลองบ้างหากสำเร็จก็ถือว่าเป็นความโชคดี จากนั้นจึงได้เข้าบนบานกราบขอพร ขอให้เจอคนดี ขอโชคลาภและเรื่องงานเกี่ยวกับสปา
หากโชคดีขอให้ได้ทำงานไกลถึงต่างประเทศ ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นาน มีเพื่อนโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาว่าอยากได้พนักงานไปทำงานร้านสปาที่ประเทศอินเดีย ตนจึงได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศอินเดียแบบไม่คิดไม่ฝันว่าจะเป็นความจริง ในขณะที่ไปใช้ชีวิตในประเทศอินเดีย ก็ได้พบเจอกับคนที่ดี ได้งานที่ดี เงินดี จนกระทั่งทำงานอยู่ครบเป็นเวลากว่า 4 เดือน จึงเดินทางกลับบ้านบ้านเกิด จ.สมุทรสาคร พร้อมกับนำหัวหมูจำนวน 100 หัว และผลไม้ 1 ชุด
เดินทางมาแก้บนแด่องค์หลวงพ่อสมหวัง ตามที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานขอไว้

ตำรวจแจงไม่มี “ผู้กองฝ้าย” สาวโวยเด็กปั๊มเปิดฝาถังน้ำมันไม่ได้ที่แท้เป็นพนักงานออฟฟิศ!

erreerere-696x392จากกรณี โลกออนไลน์แชร์คลิป หญิงสาวโวยพนักงานปั๊มน้ำมัน เพราะเปิดฝาถังน้ำมันของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า แอร์เบลด ไม่ได้และหญิงสาวในคลิปยังมีการอ้างว่าตนเองคือ “ผู้กองฝ้าย” จนเรื่องถึงโรงพัก สน.บางเขน และกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์นั้น

ล่าสุด พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน ระบุว่า คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มี.ค. เวลาประมาณ 22.00 น. บริเวณปั้มน้ำมันที่อยู่ตรงข้ามบิ๊กซีสะพานใหม่ หญิงสาวที่อยู่ในคลิปมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งไม่ได้เป็นตำรวจแต่อย่างใด แต่ขณะนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวได้โทรแจ้งความกับ 191 ก่อนที่ 191 จะประสานให้เข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวัน และไกล่เกลี่ยไปเรียบร้อยแล้ว

“ผมยังทำใจไม่ได้”…เปิดใจลูกชายวัย 18 ปีของผู้เสียชีวิตถูกรถลูก”โหน่งชะชะช่า”ชน

527275257572-696x392 (1)

รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง AMARIN TVHD ได้สัมภาษณ์ นายภูวนาถร นฤนาทมนตรี อายุ 18 ปี ลูกชายของนายพรพิชิต นฤนาทมนตรี ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นคู่กรณีที่ถูกรถบีเอ็มของ “เดียร์” ลูกชาย “โหน่งชะชะช่า”ชนจนเสียชีวิต โดยพบว่านายภูวนาถรอยู่ที่บ้านพักย่านคลองแปด จ.ปทุมธานี และอาศัยกับพ่อ 2 คน เนื่องจากพ่อได้เลิกรากับแม่นานแล้ว

โดยนายภูวนาถรกล่าวว่า ตนเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในตอนนี้ตนยังทำใจไม่ได้ ซึ่งตอนแรกที่ทราบข่าวก็ทำตัวไม่ถูกมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยโทรติดต่อไปให้รีบไปดูศพพ่อซึ่งประสบอุบัติเหตุรถชน ปกติตนอยู่บ้านกับพ่อ 2 คน ค่ำวันเกิดเหตุพ่อก็อยู่บ้าน แต่ตอน 5 ทุ่มได้ยินเสียงพ่อขับรถออกไป กระทั่งมาทราบข่าวว่าประสบอุบัติเหตุดังกล่าว

นายภูวนาถร กล่าวว่า เบื้องต้นไม่ได้ติดใจอะไร เพราะยังไม่ทราบรายละเอียดมาก และยังไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ จากคู่กรณี ไม่ต้องการเรียกร้องอะไร ทุกอย่างให้ดำเนินการไปตามกฏหมาย
ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าจากอุบัติเหตุครั้งนี้พ่อตนมีส่วนผิดด้วยหรือไม่ เพราะพ่อเป็นคนชอบดื่มเบียร์ ก่อนเกิดเหตุก็ได้ดื่มเบียร์ไปครึ่งขวด แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีผลอะไรหรือไม่

“พ่อตนต้องการให้ตนเรียนสูง ๆ อยากให้เรียนวิศวะ จะได้มีงานดี ๆ ทำ และมีเงินหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าชีวิตจะเดินต่อไปอย่างไร ยังคิดอะไรไม่ทัน”

“เดียร์” ลูก “โหน่ง ชะชะช่า” ยังไม่พร้อมให้ปากคำ ตำรวจนำพระที่ตกในรถไปคืนให้ถึงรพ.!

ffffrrrryt-696x392

จากกรณีนายกิติภูมิ เอี่ยมสุข อายุ 28 ปี ลูกชาย “โหน่ง ชะชะช่า” ตลกชื่อดังขับรถ BMW รุ่น 218i สีขาว ป้ายแดง ศ 8859 กท.ชนกับรถเก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีขาว ทะเบียน กจ 5946 ปทุมธานี ทำให้คู่กรณีเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดบริเวณถนนรังสิต-นครนายก ขาเข้า คลอง 9
ช่วงจุดกลับรถ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด ที่รพ.เปาโล รังสิต พ.ต.ท.บุญยิ่ง บัณฑิตไทย รอง.ผกก.สอบสวน หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยพ.ต.ท.บุญเรือง พันธนู สารวัตร (สอบสวน)สภ.ธัญบุรีเดินทางไปสอบปากคำลูกชาย โหน่ง ซะซะซ่า แต่ปรากฏว่ายังนอนเจ็บรักษาตัวอยู่ โดยแพทย์เจ้าของอาการกล่าวว่า ผู้ป่วยยังไม่พร้อมให้ปากคำเนื่องจากได้รับบาดเจ็บข้อศอกและมีแผลถลอกตามร่างกาย มีอาการจุก เจ้าหน้าที่จึงฝากพระหลวงปู่ทวดเลี่ยมทองคำที่ตกในรถคืนให้นายกิติภูมิไว้ก่อน

ต่อมา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 เดินทางมาตรวจสอบซากรถยนต์ทั้งสองคัน บริเวณที่เก็บรถของกลาง ก่อนนำไปเป็นหลักฐานเพื่อสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้