จับหนุ่มไลฟ์เฟซบุ๊กขายแบรนด์แนมเก๊ รับมาจากโรงเกลือ-เสียหาย 20 ล้าน!

85220-696x392 เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 11 ก.พ. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท. พร้อมกำลังตำรวจ 191 ตำรวจบก.ทท. ตำรวจสน.ลาดพร้าว ร่วมกันจับกุมตัวนายอภิสิทธิ์ เจริญคง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 224 ม.8 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี พร้อมของกลาง กระเป๋าแบรนด์เนม แว่นตา หมวก เข็มขัด และเครื่องประดับต่างๆ รวม 286 ชิ้น มูลค่าเสียหายกว่า 20 ล้านบาท จับกุมได้ขณะกำลังส่งสินค้ากว่า 30 รายการที่ไปรษณีย์เอกชนแห่งหนึ่งย่านสายไหม

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สืบทราบว่ามีพ่อค้าขายสินค้าแบรนด์เนมออนไลน์รายใหญ่ผ่านทางเฟซบุ๊กในชื่อ “พ่อค้า แบ็ค ปากแดง” มีผู้ติดตามจำนวน 2,289 คนเปิดไว้สำหรับขายของ และมีอีกเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า “อภิสิทธิ์ เจริญจง (แบ็ค ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต)” มีผู้ติดตาม 49,325 คน มีการไลฟ์สตรีมจัดโปรโมชั่นขายสินค้าซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก จึงสืบสวนกระทั่งทราบว่านายอภิสิทธิ์พักอยู่ที่เอโอเอ อพาร์ทเม้นท์ ชั้น 2 ห้อง 3213 ซ.ลาดพร้าว 101 แยก 38 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. จึงเฝ้าดูพฤติกรรมและติดตามไปจับกุมตัวได้ที่หน้าไปรษณีย์เอกชนย่านสายไหม และขยายผลที่เอโอเอ อพาร์ทเม้นท์ ที่เปิดห้องไว้อีก 2 ห้อง พบของกลางพร้อมกล่องกระดาษพัสดุจำนวนมาก จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด

นายอภิสิทธิ์รับสารภาพว่า เป็นนักศึกษาปี 2 มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าวต้องการหารายได้พิเศษทำมาแล้ว 6 เดือน ช่วง 2 เดือนแรกทำที่บ้านพักย่านสายไหมก่อนจะมาเช่าอพาร์ตทเมนต์ 3 ห้องรายวัน ตนค่อนข้างเป็นคนมีชื่อเสียงในโลกโซเชี่ยลเพราะมีสไตล์การขายของไลฟ์สตรีมสดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากและราคาสินค้าถูกกว่าเจ้าอื่น สินค้าทั้งหมดรับมาจากตลาดโรงเกลือนวนคร ลงทุนไปกว่า 3 แสนบาทแต่ถูกจับกุมเสียก่อน

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม เครื่องหมายการค้าของผู้อื่น หรือบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร” โทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่งตัวให้ สน.ลาดพร้าวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เน็ตไอดอลนะยะ ขอโทษแล้ว หลังโซเชียลพม่าเดือดแต่งหวิวไหว้เจดีย์ชเวดากอง

Umieyed-1-696x403จากกรณี นัท-นิสามนี เลิศวรพงศ์ เน็ตไอดอลสาวประเภทสอง ถูกโลกออนไลน์ทั้งไทยและเมียนมาร์วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง กรณีแต่งชุดไทยประยุกติ์ เกาะอก-ผ่าสูง ไปถ่ายภาพที่เจดีย์ชเวดากอง รวมทั้งยังมีการกล่าวอ้างถึงประวัติศาสตร์ระหว่างไทย-เมียนมาร์ ในเชิงหมิ่นเหม่ต่อความสัมพันธ์ จนกลายเป็นกระแสร้อนแรงในโลกออนไลนของวานนี้
ล่าสุด นัท-นิสามณี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า  “จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตัวดิชั้น นิสามนี เลิศวรพงศ์ ได้เดินทางไปสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์เพื่อท่องเที่ยวและมีความสนใจในความสวยงามของประเทศ แต่ได้มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความไม่พอใจโดยไม่ได้ทราบถึงความแตกต่างของวัฒนธรรมแต่ละประเทศจนทำให้เกิดความเสียหายต่อหลายๆฝ่าย ดิชั้นขอโทษต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมได้รับบทเรียนแล้วว่าต่อไปจะต้องระมัดระวังในการแต่งตัวให้มาก พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมว่าแต่ละที่แตกต่างกัน โดยส่วนตัวดิชั้นไม่มีความตั้งใจก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมขอภัยต่อสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์และประชาชนชาวเมียนมาร์ทุกคนที่ได้ทำให้เกิดความกระทบกระเทือนความรู้สึกดังกล่าวและจะเป็นบทเรียนของดิฉันต่อไปในอนาคตข้างหน้า ขอกราบอภัยอีกครั้งจากหัวใจค่ะ Please excuse my lack of knowledge and please accept my sincere apologies for the mistake.”

ทั้งนี้ นัท-นิสามณี ยังเปิดเผยอีกว่า ในวันที่เกิดเหตุมีชาวพม่าเข้ามาขอถ่ายภาพกับตนจำนวนมาก และไม่มีใครเข้ามาไล่แต่อย่างใด แต่ในช่วงจังหวะที่นั่งไม่ทันระวัง ทำให้ชายผ้าเปิดออก ทำให้เห็นว่าผ่าสูงและมีการแชร์ต่อไป ยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจและจะระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม พบว่าในวันดังกล่าว สาวนัท มีการไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก และมีชาวพม่าเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยก่อนที่จะขึ้นไปไหว้เจดีย์ ซึ่งในภายหลังได้มีการลบคลิปไลฟ์ดังกล่าวออกไป

เตือนภัยยาบ้ารูปแบบใหม่ ลักษณะ-สี-กลิ่น-รสชาติ เหมือนผงบ๊วย!

9865232252021000-696x392วันที่ 9 ก.พ. เว็บไซต์ไต้หวันนิวส์รายงานว่า โลกโซเชียลของไต้หวันแชร์ภาพจาก เฟซบุ๊กสำนักงานตำรวจเมืองไถหนาน แผนกเยาวชน เป็นภาพของยาบ้าในรูปแบบผงลักษณะคล้ายผงบ๊วย โดยสำนักงานตำรวจเมืองไถหนานเตือนภัยเยาวชนให้รู้ทันยาเสพติดรูปแบบใหม่

ยาบ้าชนิดนี้เป็นผง มีชื่อเรียกว่า คิงคอง มีลักษณะ รสชาติ และกลิ่นคล้ายผงบ๊วยหวาน โดยตำรวจไต้หวันยังเตือนไม่ให้ประชาชนกินผลไม้ดองกับผงบ๊วย รวมไปถึงอาหารอื่นที่ได้รับมาจากคนแปลกหน้าและไม่รู้ที่มา ในสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านอินเตอร์เน็ต ผับ และโรงแรม และควรเตือนเยาวชนเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

ข้อมูลจากศูนย์ป้องการการใช้ยาในทางที่ผิดของไต้หวัน ผู้ที่ได้รับยาบ้าชนิดนี้ผ่านทางเครื่องดื่มหรือบุหรี่ จะมีอาการหัวใจเต้นเร็ว สูญเสียความยากอาหาร มีไข้สูง ความดันขึ้นสูง ฯลฯ

หลอน! พ่อค้าของเก่าเจออาถรรพ์ประตูเมรุ เณรก็ช็อกถ่ายรูปติดใบหน้าปริศนา

653652000-696x392ขนหัวลุก เณรถ่ายภาพติดหน้าคนแก่ชัดเจนที่ประตูเตาเผาศพ หลังเจ้าของร้านรับซื้อของเก่านำมาคืนวัด นอนผวานานนับปี ทั้งเสียงคนคุยกัน ทั้งเสียงแตรรถดังแบบมีสาเหตุ เจ้าอาวาสเผยเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ก็ทำให้รู้โลกหลังความตายมีจริง

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. พระครูวิจิตรพัฒนวิมล เจ้าอาวาสวัดน้ำผึ้งชาวไร่อ้อย ตั้งอยู่เลขที่ 265 บ้านผึ้ง หมู่ 3 ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ได้นำผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบประตูเตาเผาศพเก่า ซึ่งถูกวางไว้หน้าศาลพระภูมิภายในป่าช้าของวัด พร้อมกับตะแกรงเหล็ก หลังจากร้านขายของเก่าแห่งหนึ่งได้นำมาส่งคืนทางวัดเมื่อช่วงปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าพบอาถรรพ์จากประตูดังกล่าว เป็นเสียงคนพูดคุยกัน เสียงแตรรถ ต่างๆนานา ทำให้กินนอนไม่เป็นสุขมานานนับ 1 ปี

เมื่อตรวจสอบประตูดังกล่าว พบว่าเป็นประตูเหล็กขนาดใหญ่สูงประมาณ 1 เมตร และยังพบตะแกรงที่ใช้วางศพเวลาเผาอีก 3 อัน อันวางอยู่ใกล้กัน ลักษณะมีสนิมขึ้นเกาะเต็มไปหมด โดยมีชาวบ้านนำดอกไม้ธูปเทียน อาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำแดง มาวางไว้จำนวนหนึ่ง

เจ้าอาวาสกล่าวอีกว่า เมื่อประมาณ 3-4 วันที่ผ่านมา เณรที่วัดได้พากันเดินมาดูประตูเตาเผาศพที่วางทิ้งไว้ เพราะมีคนนำเรื่องราวไปขึ้นทางโซเชียลมีเดีย และได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพไว้ หลังจากเปิดดูก็ได้รีบวิ่งมาเรียกอาตมาบอกว่าถ่ายติดคนแก่ พร้อมกับเอาภาพในโทรศัพท์ให้ดู ก็พบว่าช่องด้านล่างของประตู ถ่ายติดภาพหน้าคนชัดเจน มีตา มีจมูก เณรก็เกิดป่วยไป 2 วันด้วยกัน เลยคว่ำประตูไว้อีกด้าน เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ตามความเชื่อล้านนาว่าสิ่งเหล่านี้ยังคงมีอยู่ ยังสิงสถิตอยู่ตรงนั้น เราก็ต้องแก้ไขตามประเพณีของเราคือ ทำพิธีกรรมสวดถอนต่างๆ เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ก็ทำให้หลายคนเชื่อว่าโลกวิญญาณ โลกหลังความตายมีจริง

เจ้าอาวาสกล่าวอีกว่า ตอนนี้จะนำประตูเตาเผาศพวางไว้ในบริเวณนี้ก่อน ไม่ได้คิดจะเอาไปหลอมหรือทำลายทิ้ง และจะหาสถานที่นำไปเก็บไว้ให้ดีกว่านี้ต่อไป

“น้ำตาล” เปิดใจจะตั้งใจเรียนให้จบ เผยความสวยได้คุณแม่ลูกครึ่งสาวใต้ไทย-เยอรมัน

nntt-696x403เมื่อเวลา10.30 น. วันที่ 9 ก.พ. น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 เดินทางมาขอบคุณกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด ที่นำเสนอข่าวการประกวดอย่างต่อเนื่อง โดยนำภาพถ่ายของตนเองในชุดประจำชาติสวยงามมามอบให้ พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเองที่ ห้องรับแขกข่าวสด หลังเสร็จสิ้นการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016 ไปกว่า 1 สัปดาห์

น้ำตาล ชลิตา เปิดเผยว่า หลังจากกลับมาประเทศไทยชีวิตก็เปลี่ยนไปค่ะ มีคนรู้จักเรามากขึ้น รู้จักการใช้ชีวิต รู้จักการทำงานมากขึ้น ไปทำงานในที่ต่างๆ มีชาวไทยที่จำเราได้ก็เข้ามาชื่นชมว่า “เก่งมาก” เหมือนกับว่าเราเป็นฮีโร่ของเขา ก็รู้สึกขอบคุณมากค่ะๆ ตอนนี้ผ่านมา 9 วันแล้ว แต่ตาลยังไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน ทุกวันจะตื่น 6 โมงเช้า นอนอีกครั้งประมาณตี 2 เพราะมีงานทุกวันค่ะ โดยคิวงานยาวไป 2 เดือนแล้ว เป็นความสนุกค่ะ แม้ว่างานหนักแต่ตาลก็ดูแลตัวเองด้วยการดื่มน้ำให้มากค่ะ และกินอาหารให้มีพลังในการทำงาน และแบ่งเวลาออกกำลังกายด้วยค่ะ

น้ำตาล ชลิตา ได้เผยถึงเรื่องเรียนด้วยว่า กำลังศึกษาชั้นปีที่ 3 จุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งตอนนี้ได้เบรกไว้ก่อนค่ะ เพื่อปฏิบัตภารกิจให้เสร็จสิ้นก่อนจะกลับไปเรียนอีกครั้ง โดยมีงานทั้งถ่ายแฟชั่น ถ่ายโฆษณา ซึ่งเป็นโอกาสของเรา และถือเป็นประสบการณ์ที่ดีค่ะ ฝากติดตามด้วยนะค่ะ ส่วนเรื่องเรียนตั้งใจจะเรียนต่อให้จบ เพราะตาลอยากเอาใบปริญญามาให้กับครอบครัวค่ะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมามีแฟนนางงามชื่นชมถึงโครงหน้าที่สวยคมของน้องน้ำตาลจำนวนมาก รวมถึงคุณแม่ นางชุติกาญจน์ ส่วนเสน่ห์ ที่มีโครงหน้าที่สวยเช่นกัน โดยน้ำตาลเผยว่า คุณแม่เป็นลูกครึ่งไทย-เยอรมันค่ะ ซึ่งฝั่งทางไทยก็เป็นชาวนครศรีธรรมราช และใบหน้าของตาลก็เป็นของจริงทั้งหมด เป็นธรรมชาติค่ะ ก่อนจะให้สื่อมวลชนที่สัมภาษณ์ลองกดจมูกของน้ำตาลด้วยความเป็นกันเอง

ยูเอ็นถวายตำแหน่ง “พระองค์ภา” ทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมของอาเซียน

4554544521210-696x392วันที่ 8 ก.พ. รอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นโอดีซี ประกาศว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จะทรงเป็นทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาจะทรงช่วยสนับสนุนการปฏิรูปการบวนการยุติธรรม จากที่ผ่านมาที่ทรงมีความสนพระทัยเป็นพิเศษเกี่ยวกับนักโทษหญิงในเรือนจำ

นายเจเรมี ดักลาส ผู้แทนยูเอ็นโอดีซีกล่าวว่า “พระองค์ไม่ได้ทรงมองพระองค์เองอยู่เหนือกฎหมาย ทั้งยังทรงมีความสนพระทัยในการพัฒนาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม”

ที่ผ่านมา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาและเอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรียด้วย

อึ้ง! แพขยะลอยกลางทะเลอ่าวไทย ยาวกว่า 10 กิโล เรียกร้องแก้ปัญหา

njtwed-1-696x403ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพแพขยะขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางทะเลอ่าวไทย โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก ป๊ะป๋า วงเวียน ลูกเรือประมงคนหนึ่งได้บันทึกภาพไว้ได้ โดย นายนพดล ถิ่นแทบ ผู้บันทึกภาพเปิดเผยว่า จุดที่พบขยะอยู่ทางทิศเหนือ ห่างจากชายฝั่งอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ประมาณ 40 ไมล์ทะเล ซึ่งทอดตัวเป็นแนวยาวกว่า 10 กิโลเมตร โดยตนเองผ่านไปพบขณะออกหาปลากลางทะเล แต่ถ่ายภาพไว้ได้เท่าที่เห็น เนื่องจากโทรศัพท์มือถือแบตเตอรี่หมด พร้อมทั้งบอกว่าไม่เคยเห็นขยะในทะเลมากมายขนาดนี้มาก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะที่ย่อยสลายยาก จำพวกถุงพลาสติก คาดว่าเป็นขยะจากน้ำท่วม และถูกกระแสน้ำพัดลงทะเล

ด้านดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นักสมุทรศาสตร์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ภาพดังกล่าวลงในเฟซบุ๊ก พร้อมทั้งยังเขียนข้อความถึงปัญหาดังกล่าวตอนหนึ่งว่า “องค์กรสหประชาชาติเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตั้ง SDG ด้านต่างๆ โดยเฉพาะ SDG14 Life Below Water แนวทางต่างๆ กล่าวถึงปัญหาขยะทะเล โดยระบุชื่อประเทศไทยเป็น 1 ในประเทศที่มีปัญหาขยะทะเลรุนแรงมาก ขยะเหล่านี้มีที่มาหลายสาเหตุ จากชุมชนบนแผ่นดิน มากับแม่น้ำลำคลองสู่ทะเล จากการท่องเที่ยว การแอบลักลอบทิ้งขยะที่ขนมาจากเกาะแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ แต่ไม่ยอมเอาไปกำจัดจริง ฯลฯ ยังอาจเกิดจากน้ำท่วมใหญ่พัดขยะจากแผ่นดินลงทะเล  แต่ขยะก็คือขยะ หากเป็นขยะ ไม่ลงทะเลในวันนี้ก็เป็นวันหน้า มันสะท้อนให้เราเห็นว่า เรามีขยะพลาสติกมากมายเพียงใด การลดขยะพลาสติก โดยเฉพาะถุงพลาสติกที่ไม่ย่อยสลาย ถือเป็นการแก้ที่ต้นเหตุ ผมเรียกร้องให้เรามีนโยบายที่ดุเดือดเห็นผลมากกว่า มิใช่ทำแค่การรณรงค์ลดการใช้ถุงที่ได้ผลไม่กี่เปอร์เซนต์”

ทั้งนี้ ได้มีการเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบต่อไป ทั้งปัญหาเฉพาะหน้า และปัญหาระยะยาวด้วย”

“นุ้ย สุจิรา” เปิดใจไม่ได้ทำการบ้านกับสามีมานาน 2 ปี แต่ใจกว้างเปิดทางให้ไปหานอกบ้าน!

8521210052100012000-696x392 ทำเอาแฟนคลับฮือฮา หลัง นุ้ย สุจิรา ไปออกรายการยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ เผยความลับว่าทุกวันนี้เลี้ยงลูกจนเหนื่อย และไม่ได้ทำการบ้านกับสามีมาถึง 2 ปี แล้ว โดยสามียอมรับได้ไม่นอกใจ แม้อดีตนางสาวไทยจะอนุญาตให้สามีไปซื้อกินนอกบ้านก็ตาม

นุ้ย สุจิรา เปิดใจกับพิธีกร อ.ยิ่งศักดิ์ ว่า ทุกวันตื่นมาตีสาม มาเลี้ยงลูก ให้นมลูก ตนปลุกสามีขึ้นมาด้วย จะได้ดูว่าตนเหนื่อย ที่ผ่านมาเคยมัดผมไว้ถึง 7 วันไม่ได้แก้ออก เพราะไม่มีเวลา มัวแต่เลี้ยงลูก ถ้าสามีไม่รู้ว่าเราทุ่มเทขนาดไหน เขามาเห็นสภาพเราแบบนี้ จะมาบอกว่าทำไมเราไม่ดูแลตัวเองไม่ได้

นุ้ยยังกล่าวด้วยว่า ด้วยความที่ยุ่งมาก เลยไม่ได้ทำการบ้านกับสามีมากว่า 2 ปี แล้ว เพราะเหนื่อยมาก โชคดีที่สามีเข้าใจ โอเคกับเรื่องนี้ ไม่เป็นไร ถ้าจะไปมีเล็กมีน้อย หาความสุขใส่ตัวทั้งที่ตนเหนื่อยขนาดนี้ กรรมจะตามสนอง

อย่างไรก็ตาม นุ้ยก็เปิดเผยด้วยว่า ที่ผ่านมาได้คุยกับสามีแล้วว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ ถ้าสามีไม่ไหวจริงๆ ก็ไป (ซื้อกินข้างนอก) ได้ แต่ก็ไม่ต้องบอกตน แต่นุ้ยบอกว่า เท่าที่รู้สามีก็ไม่ได้ไป เพราะงานเยอะมากเช่นกัน

ด้าน อ.ยิ่งศักดิ์ ยังถามว่า มีคำพูดว่าเป็นผู้หญิงต้องปรนนิบัติสามี ทั้งเรื่องบนเตียงที่ต้องทำให้ดี เรื่องนี้นุ้ยตอบว่า “เผอิญว่าโตมา พ่อแม่ไม่ได้สอนมาให้ทำให้ถูกใจขนาดนั้น ต้องคนละครึ่งทาง จะให้เลี้ยงลูกด้วย ทำงานบ้านด้วย ขึ้นเตียงต้องโชว์ลีลา เฮ้ย ขอทำงานเก่งเลี้ยงลูกได้ดี ขอได้ไหมกับเรื่องนี้เรื่องเดียว ไปจินตนาการเอาได้ไหม”

บัณฑิตสาวนุ่งสั้น แจ้งความเอาผิดคนปล่อยภาพ ยันเก็บไว้ดูส่วนตัว ยอมรับไม่เหมาะสมวอนสังคมอภัย

201702081918463-20041019160133-696x403วันที่ 8 ก.พ. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บก.ปอท. น.ส.ลลิตา เรืองทอง อายุ 24 ปี สาวถ่ายภาพสวมชุดครุยใส่กระโปรงสั้นที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชียล เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิง วรัญชรัชฎ์ คำแก่น รอง สว.สอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความ ระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้รับทราบจากเพื่อนโทรมาบอกมีคนแชร์ภาพตนในชุดนักศึกษา รับปริญญา ของสถาบันที่ตนสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นการถ่ายนอกรอบ มีลักษณะที่ตนสวมใส่กระโปรงสั้น แต่ยังสวมชุดครุย โพสต์ท่าทางต่างๆ หลังจากผ่านพ้นวันรับปริญญาไปแล้ว เพื่อเก็บไว้ดูส่วนตัว แต่ได้ถูกเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ จนมีคนมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์

น.ส.ลลิตา กล่าวว่า ภาพที่ตนถ่ายชุดรับปริญญาในกระโปรงสั้นนี้ได้ว่าจ้าง ช่างภาพอิสระมาช่วยถ่ายให้เหมือนนักศึกษาคนอื่นๆ เพราะเห็นรูปภาพผลงานมีฝีมือดี ถ่ายออกมาสวยงาม จึงอยากจะได้แบบนั้นเก็บไว้ดูส่วนตัวบ้าง เมื่อเขาถ่ายส่งงานให้เรา เขาก็เอาไปลงโพสท์ในเพจสวนตัวของเขาด้วยก่อนจะมีคนแอบเอาไปแชร์และคอมเม้นต์ด้วยถ้อยคำรุนแรงหยาบคายจนเกินไปนั้น เมื่อปรึกษาเจ้าหน้าที่แล้วเป็นการเข้าค่ายดำเนินคดีได้ก็เลยแจ้งความให้ช่วยสืบสวนหาคนกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว

“ในสังคมไทยเรามีเรื่องของความเหมาะสมและไม่เหมาะสมตนยอมรับว่าทำให้สถาบันเสื่อมเสียชื่อเสียง ก็ต้องขอโทษจากใจจริงๆ ในเรื่องการใส่กระโปรงสั้นและสวมชุดครุยไปถ่ายรูปซึ่งดูไม่เหมาะสมจริงๆ แต่การแสดงความเห็นคอมเม้นต์มาด้วยถ้อยคำรุนแรง บางคนด่าอย่างหยาบคาย ทำให้ตนเกิดความรู้สึกไม่ค่อยจะโอเคด้วย แต่ก็ยอมรับว่าทำให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียงชื่อเสียงจริงๆ จุดนี้ตนก็ต้องกราบขอโทษคุณครูทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย” น.ส.ลลิตากล่าว

น.ส.ลลิตา กล่าวน้ำตาคลอว่า ด้วยการที่มาอ่านคนคอมเม้นต์แล้วเกิดความเสียใจ ตั้งใจเรียนจนสำเร็จ ทำดีมาทั้งชีวิตแต่พลาดตรงมาใส่กระโปรงสั้นกับชุดครุย ทำไมถึงวิจารณ์ด่าว่ากันอย่างรุนแรงขนาดนี้ ด่าว่าตนเหมือนกันไปฆ่าแกงใครมาอย่างนั้นเลย ก่อนจะกล่าวขอโทษสถาบันฯ และสังคมขอให้ยกโทษให้อภัยตนที่ผิดพลาดไปแล้ว กับรูปภาพที่ถ่ายมาแล้วหลายปี ไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นอะไรรุนแรงแบบนี้ กราบขอโทษมหาวิทยาลัยที่ช่วยตักเตือนตนมาด้วย แม้จะจบการศึกษามาแล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็เตือนนักศึกษาอื่นๆ ไม่ให้มีการแต่งตัวลักษณะแบบนี้แม้การถ่ายภาพนอกรอบ ถ้าวันรับปริญญาจริงๆ ก็คงไม่มีใครแต่งตัวแบบนี้เพราะจะโดนห้ามเข้ารับปริญญาแน่นอน ขอโทษคนที่มาวิจารณ์มองตนไม่ดีด้วย เพราะอาจจะไม่รู้จักตนเลยแต่มีคนวิจารณ์ด่าว่าก็เลยด่าตามๆ กันไป ขอร้องว่าอย่าตัดสินคนที่เพียงรูปถ่ายเลย

“นายกฯ”สั่งล่า”คนโพสต์ขู่ฆ่า” ประสานเพื่อนบ้านขอตัวกลับ

เมื่อวันที่ 7 ก.พ.แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร เร่งขอประสานทางการประเทศลาว และประเทศกัมพูชา ส่งกลุ่มคนหมิ่นสถาบัน และกลุ่มคนหนีคดี ที่เคยเคลื่อนไหวใต้ดินต่อต้านอำนาจรัฐไทย ซึ่งได้เคลื่อนย้ายหลบหนีไปปักหลักโจมตีสถาบันอย่างต่อเนื่อง

โดยฝ่ายความมั่นคง มั่นใจว่า เป็นกลุ่มเดียวกับคนปล่อยโพสต์ในออนไลน์ขู่ฆ่านายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี เบื้องต้นระบุว่า เปิดร้านอยู่ในห้างดังในไทยด้วย จึงได้ให้กระทรวงการต่างประเทศ สภาความมั่งคงแห่งชาติ (สมช.) ประสานทางการลาว ช่วยติดตามกลุ่มคนเหล่านี้อย่างจริงจัง รวมทั้งเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังไปจัดรายการวิทยุหมิ่นสถาบันอย่างรุนแรง มีความเชื่อมโยงถึงกลุ่มการเมืองหนุนหลังที่หลบหนีคดีอยู่ต่างแดนด้วย

ได้ส่งรายชื่อทั้งหมดให้ทางการสองประเทศแล้ว โดยจะไปตรวจสอบด้านกฎหมายการเอาผิดทางอาญากรณีการข่มขู่ทำร้ายบุคคลสำคัญ เพิ่มอีกข้อหาหนึ่ง ทั้งนี้รอการประสานจากลาวและกัมพูชาเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ เชื่อว่าสามารถเอาผิดได้และอาจเชื่อมโยงปมปฏิวัติซ้อน ซึ่งพล.อ.ประวิตร เพิ่งกลับจากไปคุยเรื่องปัญหาความมั่นคงกับทางการลาว โดยขอความร่วมมือให้รวบตัวคนเหล่านี้ส่งกลับประเทศไทย รวมทั้งที่ผ่านมาได้ยื่นโนติสขอความร่วมมือไปหลายครั้ง ได้แจ้งเป้าหมายพื้นที่พิกัดแหล่งกบดานชัดเจนเป็นการย้ำให้เพื่อนบ้านร่วมมือ”แหล่งข่าว กล่าว

ที่มาของข้อมูล:เดลินิวส์